ไวรัสโคโรน่า หรือ COVID-19 เป็นไวรัสที่กำลังระบาดอยู่ในช่วงนี้ หลายประเทศต้องรับมืออย่างหนัก อย่างในเมืองอู่ฮั่นประเทศจีน ที่เป็นแหล่งที่ไวรัสตัวนี้ปรากฏตัวขึ้นครั้งแรก

และมีผู้ติดเชื่อเป็นอันดับหนึ่งของโลกในตอนแรก แต่ตอนนี้สถานะการณ์ของที่นั้นก็เรืิ่อมดีขึ้นแล้ว จีนไม่ได้มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด และด้วยความที่ตอนแรกมีผู้ติดเชื้อมาก

แพทย์ที่มีอยู่ไม่พอจึงต้องรีบรวบรวมทีมแพทย์จากเมืองต่างๆ เพื่อเข้าไปช่วย แต่ไม่ว่ามันจะยากแค่ไหนพวกเขากผ่านมันมาได้

เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา แน่นอนว่าบุคลากรทางการแพทย์ก็ต้องไปรวมตัวกันที่โรงพยาบาลเพื่อที่จะรักษาผู้ปวด และต่อสู้กับโรคร้ายนี้ให้หายไปจากโลกของเรา ถึงแม้ว่าจะคิดถึงครอบครัวและผู้เป็นที่รักมากแค่ไหนก็ยังไม่สามารถที่จะกลับไปกอดได้

ถ้าหากว่าสถานะการณ์ยังไม่ได้ขึ้น และเมื่อมีโรคระบาดเกิดขึ้นแบบนี้แน่นอนว่ามีหลายคนออกมาแสดงความคิดเห็นต่างๆ มากมาย เชื่อเดียวกับเรื่องที่เราจะพูดต่อไปนี้ มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนในช่วงเช้าของวันที่ 11 ตุลาคม ปี 2019 นั้น

  ก็คืออุกาบาตที่ได้การระเบิดขึ้นบนท้องฟ้า หลังจากเวลาเที่ยงคืนซึ่งมันทำให้เกิดแสงแฟลร์       ที่ทำให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนสว่างไสว  นักทฤษฏีสมคบคิดได้กล่าวว่าอุกาบาตได้นำไวรัสCOVID-19 จากห้วงอวกาศเข้ามาสู่โลกของเรา

แต่นักวิทยาศาสตร์กลับบอกว่าสิ่งนี้ไม่น่าที่จะเป็นไปได้เนื่องจากว่าดาวตกไม่ได้ตกลงถึงพื้นโลก และถึงแม้ว่าอุกาบาตดังกล่าวจะนำไวรัส COVID-19 เข้ามาด้วยแต่นักวิทยาศาสตร์คิดว่าไวรัสไม่น่าจะสามารถอยู่รอดได้ ในอุณหภูมิที่สูงจากการเสียดสี และการลุกไหม้ในอวกาศ

ซึ่งอุณหภูมิสามารถสูงได้ถึง 650 องศาเซลเซียส และด้วยระยะเวลาก่อนที่อุกาบาตจะสัมผัสพื้นดินนั้นเกินพอที่จะฆ่าไวรัสได้หลายรอบ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ ได้มีการกล่าวเสริมว่าเชื่อไวรัส COVID-19 มีแนวโน้มมากที่สุดที่จะเกิดขึ้นบนโลกของเรา

ซึ่ง COVID-19 อยู่ในกลุ่มของไวรัสที่เรียกว่า โคโรน่าไวรัส ซึ่งเป็นญาติของ SARS กับ MERS และเราก็รู้ว่าทั้งสองโรคนั้นเกิดขึ้นกับโลกของเราส่วน COVID-19 เวลาเท่านั้นที่จะบอก อย่างไรก็ตามต่อให้ COVID-19 จะร้ายแรงมากแค่ไหน

  แต่ถ้าทุกคนช่วยกันโรคร้ายที่เกิดขึ้นนี้ จะต้องหายไปในเร็ววันอย่างแน่นอน และสุดท้ายนี้ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทีมแพทย์ที่ช่วยกับทำงานอย่างหนัก    เพื่อต่อสู่กับโรคระบาดในครั้งนี้ และเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าอีกไม่นานเกินรอทุกอย่างจะดีขึ้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

โลกของเราในปัจจุบันนี้อยู่ยากมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลมพิษทางอากาศที่ในช่วงที่ผ่านมาเพิ่ม       ขึ้นสูงเป็นอย่างมากมาย  แต่ในช่วงนี้อะไรก็ไม่น่ากลัวไปกว่า ไวรัสโคโรน่า หรือ COVID-19 ที่กำลังระบาดอยู่ในช่วงนี้อีกแล้ว

แน่นอนว่าหลายคนมีความกังวนเป็นอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะหลายคนก็ต้อง     ขาดรายได้จำนวนมาก ในระหว่างที่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้านเพื่อที่จะหยุดโรคนี้ไม่ให้มันระบาดหนักไปมากกว่าเดิม เพราะเท่าที่มีอยู่นี้ก็เดือดร้อยมากพออยู่แล้ว

แน่นอนว่าทุกคนรู้ว่าไวรัส COVID-19  มันมีจุดเริ่มต้นเลยมาจากประเทสจีน จากตลาดในเมืองอู่ฮั่น หลังจากที่ได้พบว่าเกิดโรคระบาดใหม่นี้ขึ้นมา ก็ได้มีนักทฤษฏีสมคบคิดมากมายออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนี้ บางคนเชื่อว่าความจริงแล้วรัฐบาลสหรัฐเป็นผู้ที่สร้างไวรัสตัวนี้ขึ้นมา

โดยเป้าหมายก็คือการทำลายเศษรฐกิจของประเทศจีน และนอกจากนี้ก็ยังมีหลายคนออกมาแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับรัฐบาลจีนอีกด้วย

นักทฤษฏีสมคบคิดบางคนเชื่อว่าจริงๆ จีนได้เป็นคนสร้างไวรัส COVID-19 ขึ้นมาซึ่งมันเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมอาวุธชีวภาพ โดยพวกเขาได้บอกว่าไวรัสได้เกิดการรั่วไหลออกมาจากห้องปฏิบัติการและได้ทำให้เกิดการแพร่ระบาดขึ้นมา

ห้องปฏิบัติการที่ทำการสร้างไวรัสCOVID-19 ก็คือห้องปฏิบัติการ ความปลอดภัยทางชีวภาพแห่งชาติ( Natioal Biosafety Laboratory ) มันเป็นห้องปฏบัติการที่มีรัฐบาลจีนเป็นเจ้าของ ซึ่งมันเป็นสถานที่ที่สามารถทำการวิจัยเกี่ยวกับไวรัสร้างแรงได้

อีกทั้งห้องปฏิบัติการดังกล่าวก็เป็นส่วนหนึ่งของสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองอู่ฮั่นเมืองเอกของหูเป่ยของจีน และดังที่เรารู้กันดีว่าอู่ฮั่นคือเมืองแรงที่เกิดการระบาดของ COVID-19 ทฤษฏีสมคบคิดนี้เกิดขึ้นจากการแถลงการณ์         ของธานาธิบดี   Xi Jinping หลังจากที่เกิดการระบาดของไวรัสเขา

ได้มีการกล่าวเอาไว้ว่า ความปลอดภัยขิงห้องปฏิบัติการถือว่าเป็นปัญหาระดับชาติ ซึ่งในวันต่อมา กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน ก็ได้มีการออกคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการรักษาความปลอดภัยภายในห้องปฏิบัติการ

เพื่อป้องกันการร่าวไหลของไวรัส อีกทั้งนักทฤษฏีสมคบคิดยังได้บออกอีกว่าได้เคยมีไวรัสที่รั่วไหลออกมาจากห้องปฏิบัติการของจีน ซึ่งมันเป็นไวรัสร้ายแรง  ที่จะทำให้เกิดอาการทางเดินหายใจเฉียบผลันรุนแรง

หรือโรคซาร์สได้รั่วไหลออกมา    ถึง 2 ครั้งด้วยกัน อย่างไรก็ตามไม่ว่ามันจะเป็นความจริงหรือไม่ ในตอนนี้สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดก็คือ ลดการติดเชื้อไม่ให้เพิ่มไปจากเดิม โรคร้ายนี้จะได้หายไปจากโรคของเราเสียที

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

อย่างที่เรานั้นรู้ๆ กันดีว่าโลกไม่ใช่ดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวที่มีดวงจันทร์บริวาร ซึ่งแน่นอนว่าดวงจันทร์บริวารที่อยู่ในระบบสุริยะของมากกว่าถึงเรานี้ มีถึง 200 ดวงเลยทีเดียว

และแน่นอนว่าในวันนี้เราก็คงจะไม่ได้มาพูดถึงเรื่องที่มันเกี่ยวกับดวงจันทร์บริวารของโลกเราหรอกนะ เพราะสิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงนั้นคือเรื่องราวของดวงจันทร์บริวารดวงหนึ่งของดาวเคราะห์ที่อยู่ในระบบสุริยะของเรานี้เอง ซึ่งมันก็ไม่ใช่ เรื่องที่ไกลจากเราเท่าไหร่นัก

อย่างที่หลายๆ คนนั้นทราบกันดีว่า ทั้งบนโลกของเรา หรือบนดาวเคราะห์ดวงต่างๆ ในระบบสุริยะนั้น บางเรื่องเรานั้นก็อาจจะนึกไม่ถึงว่าจะมีเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นมาจริงๆ แต่ไม่ว่าอย่างไรวิทยาศาสตร์ ก็สามารถทำให้เรารู้เกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นพวกนี้ได้ 

สำหรับในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักเกี่ยวกับดวงจันทร์บริวารของดาวเนปจูนดวงหนึ่งที่มีชื่อว่า นีรีด ดวงจันทร์ดวงนี้นั้นมันถูกค้นพบเมื่อ ปี 1940

โดยนีรีดนี้มันถือว่าเป็นดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของดาวเนปจูน และมันยังเป็นดวงจันทร์ที่แหกวงคอกที่สุดในระบบสุริยะเลยก็ว่าได้ นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ระยะทางระหว่างนีรีด และดาวเนปจูนห่างกันออกไปมาก ระยะทางที่นีรีดได้โคจรเข้ามาใกล้ดาวเนปจูนที่สุดนั้นก็คือ 841,100 ไมล์

ในส่วนที่มันห่างกันออกไปมากที่สุดนั้นก็คือ 5,980,200 ไมล์ ด้วยระยะที่ไกลขนาดนี้ทำให้มันต้องใช้เวลานานถึง 360 วันของโลกกว่าที่ที่มันจะโคจรครบหนึ่งรอบดาวเนปจูน ซึ่งถ้าเมื่อเทียบกับดวงจันทร์บนโลกของเราแล้วนั้น       

ดวงจันทร์ของเราใช้เวลาเพียง 27.3 วันเท่านั้น อย่างไรมันยังมีดาวก็ตามเรื่องนี้ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกมาก เพราะมันยังมีดาวดวงอื่นๆ ที่แปลกกว่านี้อีกมากมายในระบบสุริยะของเรา เรื่องราวที่เกิดขึ้นเหล่านี้นั้นเราจะไม่สามารถรับรู้ได้เลย ถ้าหากว่าไม่มีนักวิทยาศาสตร์ และเรื่องมือทางเทคโนโลยีต่างๆ และก็ต้องขอบคุณในความขี้สงสัยของหนักวิทยาศาสตรืเหล่านั้นด้วย

เพราะถ้าพวกเขาไม่สงสัยก็จะไม่ได้มีการออกไปต่างๆ ค้นหาสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ เมื่อเกิดคำถามแล้วไม่ออกไปค้นหา เราก็ไม่มีวันที่จะได้คำตอบ และถ้าการหาคำตอบของคุรคือการนั่งนึกนั้น  แน่นอนนึกให้ตายคำตอบของคำถามก็ไม่เกิดขึ้นแน่ถ้าคุณไม่ลงมือทำ 

แต่สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หลายคนมักจะตั้งคำถามเกี่ยวกับโลกนี้มากมาย แต่เชื่อเถอะว่า        มีส่วนน้อยที่จะมีคนออกไปหาคำตอบ อย่างไรก็ตามเรื่องราวที่เกี่ยวกับจักรวารยังมีให้เราได้ออกไปค้นหาอีกมากมาย

 

ขอบคุณ   www.ufabet.com ช่องทางเข้าเว็ปพนัน  ที่ให้การสนับสนุน

โลกของเรานั้นมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นมากมาย   บางสิ่งเราเคยเห็นและได้เรียนรู้ในสิ่งต่างๆ     ที่มันเป็น แต่บางสิ่งเรามันเคยเห็นมันเป็นสิ่งที่แปลกใหม่สำหรับเรามากๆ แน่นอนว่าน้ำเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวของเรามากๆ แต่ถ้าหากว่าเราจะหยิบยก

เรื่องราวที่เกี่ยวกับน้ำขึ้นมาพูดก็คงจะเป็นเเรื่องที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว ฟังดูมันอาจจะเป็นเรื่องที่ง่าย แต่จงอย่างดูถูก เพื่อเพราะมันใกล้ตัวแล้วจะกลายเป็นเรื่องง่าย       เพราะเรื่องราวของมันยังมีอะไรที่มากกว่านั้น ซึ่งเราอาจจะไม่เคยได้ยินมากก่อนเลยก็เป็นไปได้

Triple point หรือที่เราเรียกกันว่าจุดรวมสามของสสาร  มันถูกกำหนดให้เป็นเงื่อนไขที่สถานะของของแข็ง ของเหลว และก๊าซ ของสสารสามารถอยู่ได้ในสมดุลทั้งอุณหพลศาสตร์ สามารถที่จะเกิดขึ้นได้   เมื่อสสารนั้นๆ มีอุณหภูมิและความดันเฉพาะเท่านั้น  และสำหรับน้ำการที่น้ำจะเกิดจุดรวมสามได้ อุณหภูมิของมันจะต้องอยู่ที่ 273.16 องศาเคลวิน หรือ 0.01  องศาเซลเซียส

และความดันจะต้องอยู่ที่ 611.66 ปาสกาล หรือ 6.1166 มิลิบาร์ จุดรวมสามของน้ำนั้นถูกน้ำมาใช้เพื่อวัดอุณหภูมิในหน่วยของเคลวิน การน้ำมาใช้    เพื่อ Calibrated Thermometers  เครื่องมือที่ใช้สำหรับวดอุณหภูมิ เพื่อตรวจวัดและทำให้เป็นมาตราฐาน และใช้เพื่อกำหนดจุดรวมสามของสารอื่นๆ

โดนที่จุดรวมสามของน้ำนี้  จะสามารถเปลี่ยนสถานะเป็ของแข็ง ของเหลว และก๊าซ ได้ เพียงแค่ปรับอุณหภูมิและความดัน เท่านั้นเอง เรื่องราวที่เราได้กล่าวไปนั้นดูดเหมือนกับว่ามันจะเป็นเรื่องที่แปลกใหม่  และเป็นเรื่องที่ยากเอามากๆ

ถ้าหากว่าเป้นคนที่ไม่ได้สนใจในเรื่่องที่เกี่ยวกับวิยาศาสตร์พวกนี้แล้วละก็ มันยิ่งเป็นเรื่องที่เราไม่สามารถที่จะอธิบายให้ทุกคนเข้าใจได้    อย่างแน่นอน แต่ถ้าหากว่าคุณสนใจเกี่ยว  กับเรื่องที่เราได้กล่าวมานี้จริงๆ แน่นอนถ้าหากว่าคุณลองศึกษา  หาข้อมูลในอินเตอร์ หรือว่าหนังสื่อที่เกี่ยวข้องมาศึกษาดู  รับรองได้เลยว่า คุรจะเข้าใจมันได้อย่างแน่นอน

เพียงแต่มันจะต้องใช้เวลาหน่อยเพียงเท่านั้นเอง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากถ้าหากว่าคุณลงมือลองทำมันแล้วจริงๆ มันอาจจะยากในตอนแรง แต่เชื่อเถอะว่าถ้าคุรทำมันได้ มันจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตของคุณที่คุณจะภูมิใจมากๆ เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา

  สุดท้ายนี้ต่อให้เรื่องที่เราสนใจนั้นมันจะเป็นเรื่องที่ยากแค่ไหน แค่เชื่อเถอะว่าถ้าคุณได้ลองลงถือ    ที่จะทำมันแล้ว มันต้องสำเร็จอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย    ufabet

ระบบสุริยะของเรานั้นมีดวงดาวต่างๆ มากมาย  มันไม่ได้มีเพียงแค่ดวงอาทิตย์ที่เป็นดาวฤกษ์ และดาวเคราะห์ที่เป็นบริวารของตามที่เราแค่ได้เรียนกันเพียงเท่านั้น 

เพราะว่ามันยังมีดาวหาง ดาวเคราะห์แคระ และบริวารของดาวเคราะห์ ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นระบบที่ใหญ่พอสมควร แต่นี้ก็ไม่ได้ทำให้มันเป็นระบบที่ใหญ่ที่สุดในจักรวารอยู่ดี เพราะสิ่งที่ใหญ่กว่านี้ยังมีอยู่อีกมากมายโดยที่เราเองไม่ หรืออาจจะไม่ได้สนใจก็ว่าได้

อย่างที่เรานั้นรู้กันดีว่าโลกของเราได้เดินทางมาไกลมากแล้ว บางทีมันอาจจะมากพอที่จะต้อง          มีการล้างโลกแล้วก็เป็นได้  มันอาจจะฟังดูเป็นเรื่องที่น่ากลัว แต่มันก็สามารถที่จะเกิดขึ้นได้ ได้มีการตั้งทฤษฏีว่า ภัยพิบัติมีเทนระเบิด โดยที่มันได้เกิดขึ้นเมื่อ 252 ล้านปีที่ผ่านมา

ความน่ากลัวในครั้งนั้นมันได้ฆ่าเอาสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในทะเล ไปกว่า 90% ของทั้งหมดที่มีอยู่ และอีก 70% เป็นของสิ่งมีชีวิตบนบก ซึ่งถือได้ว่ามัน 1ใน5 ของการสูญพันธ์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์บนโลกของเราเลยก็ว่าได้

นักวิจัยมีความเชื่อว่า จุลินทรีย์ในกลุ่ม Mcthanosrcina mazei อาจจะเป็นตัวกลางสำคัญในการสูญพันธ์ของสิ่งมีชีวิตครั้งใหญ่ในยุค Permain เพราะว่าพวกมันเป็นจุลินทรีย์ที่สามารถ  ผลิตก๊าซมีเทนได้ โดยที่พวกมันสามารถเติบโตขึ้นได้อย่างไม่จำกัดในมหาสมุทร ซึ่งมันจะทำให้อากาศร้อนขึ้น และส่งผลทำให้เกิดกรดในทะเล

รวมถึงการ     สูญพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในเวลาต่อมา  โดยที่จุลินทรีย์ดังกล่าวนั้นจะมีความอุดมสมบรูณ์ในแร่ธาตุที่เกิด      จากการปะทุของภูเขาไฟ ขนาดใหญ่ในไซบีเรีย  ซึ่งจะเพิ่มความเข้มข้นของนิกเกลที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโต

ดังนั้นมันมีโอกาศเป็นไปได้มาก ว่าการระเบิดของมีเทนอีกครั้ง จะช่วยล้วงบางสิ่งมีชีวิต       บนโลกของเรา และก็ดูเหมือนกับว่าพื้นที่ในบริเวณขั่วโลกเหนืออย่างอาร์กติกจะเป็นระเบิดเวลาของมีเทน ซึ่งในตอนนี้มีเทนทั้งหมดยังคงติดอยู่ในเพอร์มาฟอสต์ พื้นดินที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส ในรูปของมีเทน Clathrate หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือมีเทน Hydrate ซึ่งมันเป็นสารที่ประกอบด้วยมีเทน ใรรูปผลึกโครงสร้างคล้ายน้ำแห้ง

 และถ้าหากว่าน้ำแข็งละลายมากเกิดไปเหตุการณ์สูญพันธ์ครั้งใหญ่อาจจะเกิดขึ้นอีกครั้งบนโลกของเราก็เป็นไปได้

สุดท้ายนี้การสูญพันธ์ของมนุษย์นั้นสามารถที่จะเกิดขึ้นได้ในหลายรูปแบบ ไม่ใช่เพียงแค่เหจุการณ์การระเบิดของมีเทนเพียงเท่านั้น การระเบิดของดาวฤกษ์ก็สามารถทำให้สิ่งมีชีวิตบนโลกนี้สูญพันธ์ได้เช่นเดียวกัน แต่มันคงไม่ได้เกิดในยุคของเราอย่างแน่นอน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    คาสิโนออนไลน์ เติมเงินขั้นต่ำ 100 เดียว

หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นมารอบๆ ตัวของเรา แต่เราไม่ได้สังเกตเห็นมัน ว่ามันมีลักษณะ หรือรูปร่างหน้าตาแบบไหน ที่ไม่ได้สังเกตอาจจะเป็นเพราะว่ามันไม่ได้มัผลกระทบอะไรต่อการดำรงชีวิต     ของเรา หรือเป็นเพราะมันไม่ใช่เรื่องที่เราสนใจก้เป็นไปได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่สิ่งที่เราเคยมองข้าอยู่กลับมา

มีบทบาทต่อชีวิตของเรานั้นแสดงว่า   มันจะต้องเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากๆ อย่างแน่นอน คงจะเป้นเหมือนกับเรื่องราวของสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอวกาศ   ถึงแม้ว่าเรื่องราวพวกนี้จะเป็นที่น่าสนใจของนักวิทยาศาสตร์มากมาย แต่มันก็ยังคงเป็นเรื่องที่คนธรรมยากจะเข้าถึงได้

 

ท้องฟ้าและดวงดวงนั้นเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ  ดาวหางก็เป็นวันวัตถุอีกอย่างหนึ่งที่หลายๆ คนเคยได้ยินกัน แต่จะมีน้อยคนมากที่เคยได้ยินเกี่ยวกับดาวหางที่มีชื่อว่า ดาวหาง 75D/Kohoutek ดาวหางดวงนี้นั้นถูกค้นพบโดย Lubos Kohoutek นักดาราศาสตร์ชาวเช็ก ในเดือนกุมภาพันธื ปี 1975

ซึ่งมันมีความแตกต่างไปจากดาวหาง Kohoutek ที่เรารู้จักกันดี  โดยที่นักดาราศาสตร์ได้ระบุว่า ดาวหางดวงนี้นั้นจะไม่สามารถ      ที่เราจะมองเห็นได้จากโลก เท่ากับดาวพฤหัสบดี ไม่ได้ช่วยเปลี่ยนวงโคจรของมัน ในวันที่ 28 กรกฎาคม     ปี 1972

ดาวหางดวงนี้นั้นดูเหมือนกับว่ามันจะโคจรกลับมาอีกครั้งในทุกๆ 7 ปี ซึ่งมันมีการปรากฏตัวขึ้นมาให้เราได้เห็นกันในปี 1988 แต่มันก็ได้มีการถูกประกาดว่าหายไป เมื่อมันไม่ได้กลับมาอีกครั้ง ในปี 1994 และเช่นกันมันไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นอีกในปี 2000 2007 หรือ 2014

ถ้าว่านักดาราศาสตร์ก็อาจจะยกเลิก        การหายไปของมัน หาว่าดาวหางดวงนี้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในเดือน มีนาคม ปี 2021 แต่อย่างไรก็ตามต่อนี้ยังไม่ถึงปี 2021 ดังนั้นเราไม่อาจจะทราบได้ว่ามันจะกลับมาหรือไม่กลับมา และในต่อนนี้ ปี2020 ทุกคน   

คงจะไม่ได้นึกถึงเรื่องของดาวหางดวงนี้จะกลับมาหรือไม่กลับมาหรอก เพราะลำพังคิดแต่เรื่องโรคระบาด  ก็คงจะปวดหัวมากพอแล้ว  ดังนั้นรอให้โรคระบาดที่เกิดขึ้นในตอนนี้หายไปก่อน แล้วค่อยมาคิดว่าดาวหาง 75D/Kohoutek จะกลับมาหรือไม่กลับมาหน้าจะดีกว่า

แต่อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่กักตัวอยู่ที่บ้านว่างๆ ไม่มีอะไรทำการศึกษาข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องของจักรวารก็เป็นสิ่งที่ดีไม่น้อยเลย เพราะความรู้สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาที เพราะจักรวารกว้างใหญ่กว่าที่เราคิดมาก การเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของมันคง  จะต้องใช่เวลาหน่อยแต่มันไม่ได้ยากเกิดความสามารถของเราหรอก

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ufabet สมัครสมาชิก

วัตถุต่างๆ ที่มีอยู่ในอวกาศนั้นมีอยู่มากมาย และถึงแม้ว่าเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ของเรา          จะได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และได้มีการออกค้นหาอยู่ตลอดเวลา แต่นั้นเราก็ยังไม่สามารถที่จะรู้ไป

ทุกอย่างเกี่ยวกับมันได้ เพราะว่ามันคงจะยังไม่ถึงเวลาที่มันจะปรากฏตัวให้เราได้เห็น และได้ศึกษาเกี่ยวกับตัวของมันก็เป็นได้ แต่เรื่องราวที่ได้มีการศึกษาค้นพบก่อนหน้านี้ก้มีไม่น้อย และเรื่องราวแต่ละเรื่องที่พบ    ก็น่าสนใจแตกต่างกันออกไป บางเรื่องเมื่อเราได้รู้อาจจะต้องตกใจเลยก็เป็นได้

ดาวหางเป็นวัตถุบนท้องฟ้าอีกชนิดหนึ่ง ที่ได้มีการค้นพบอยู่บ่อย ๆ และหลาย ๆ คนคงจะเคยได้  ยินกันมาบางแล้ว เกี่ยวกับเรื่องของดาวหางชนิดต่างๆ  ในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักเกี่ยวกับดาวหาง           ที่มี ชื่อว่า ดาวหางเลกเซลล์ มันโคจรอยู่ห่างจากโลกของเราออกไป 2.2 กิโลเมตร และนั้นก็เป็นระยะทาง    ที่นำให้ดาวหางดวงนี้ คือดาวหางที่อยู่ใกล้กับโลกของเรามากที่สุด 

เท่าที่เคยมีมาเลยก็ว่าได้ โดยที่ดาวหางเลกเซลล์ได้มรการปรากฏตัวขึ้นเมื่อ ปี 1770 ซึ่งถูกค้นพบแรกครั้งโดย Charles Messier นักดาราศาสตร์   ชาวฝรั่งเศษ อย่างไรก้ตามดาวหางดวงนี้ได้รับการตั้งชื่อ หลังจากที่ Anders Johan Lexell ได้ทำการคำนวณวงโคจรของมัน และพิจารณาว่ามันสิ้นสุดที่ใดที่หนึ่ง บริเวณรอบๆ ดาวพฤหัสบดี และเขาก็ได้บอกว่า     

ดาวหางเลกเซลล์ดวงนี้จะกลับมาปรากฏตัวให้เราได้เห็นกันในทุกๆ 5 ปี คาดว่าดาวหางเลกเซลล์น่าจะกลับมาในปี 1776 แต่มันก็ไม่เคยที่จะกลับมาเลยจนในกระทั้ง  Urbain Le Verrier นักคณิตศาสตร์            

ชาวฝรั่งเศษผู้เชี่ยวชาญด้านกลศาสตร์ท้องฟ้า  เขาได้มีการระบุว่าวงโคจรของดาวหางได้เกิดการเปลี่ยนแปลง เมื่อมันยู่ใกล้กับดาวพฤหัสบดีมากเกินไป อีกทั้งดาวพฤหัสบดีก็อาจจะเพิ่มวงโคจรให้กับ     ดาวหางเลกเซลล์ ซึ่งนั้นก็หมายความว่ามันจะโคจรกลับมาอีกครั้ง

ในอนาคตหรืออาจจะถูกโยนออกไปจากระบบสุริยะของเรา และไม่กลับมาอีกเลยก็เป็นไปได้ เรื่องแบบนี้เราไม่สามารถที่จะบอกก่อนได้ว่ามันจะเกิดขึ้นจริงๆ หรือไม่จริง มันมีโอกาสที่จะเป็นไปได้ทั้งสองแบบ อย่างไรก็ตามเรื่องราวของดาวหางและดวงดาวอื่นๆ

ที่มีอยู่ในระบบสุริยะของเรานั้นมีมากมาย จนคุณยังไม่อยากที่จะเชื่อเลย และเรื่องราวของ    ดาวหางที่มาปรากฏให้เราเห็นก็ไม่ใช่มีแต่เลกเซลล์ดวงเดียว

  แต่มันมีหลายดวงกว่านั้น ซึ่งทุกคนต้องลองไปศึกษาดูก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร เพราะการเรียนรู้ไม่จำเป็น ที่จะต้องอยู่ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    จีคลับ ผ่านมือถือ

ความรู้ต่างๆ จากทั้งประสบการณ์ และการที่ได้เรียนรู้ในห้องเรียนนั้น ทั้งสองสิ่งนี้มีความแตกต่างที่เหมือนกันในเวลหนึ่ง ความแตกต่างก็คือในห้องเรียนนั้น  เราไม่รู้เราสามารถที่จะยกมือถามได้

แต่ถ้าเป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์นั้นเราไม่รู้เราไม่สามารถที่จะถามคนอื่นได้ นอกเสียจากว่าจะลองหาคำตอบเองและนำไปถามผู้ที่รู้ ในส่วนที่เหมือนกันนั้นก็คือมันได้ความรู้เหมือนกัน แต่วิธีการเรียนรู้แตกต่างกันเท่านั้น

 

เช่นเดียวกับดวงดาวบนท้องฟ้า อย่างที่เราเรียกว่าดาวฤกษ์ แต่ดาวฤกษ์นั้นมีอยู่สองสิ่งที่เหมือนกันสองอย่าง นั้นก็คือ มีแสงสว่างในตัวเอง และมีอายุขัย ส่วนนอกนั้นก็แตกต่างกันไป

อย่างที่เรานั้นได้มีการกล่าวเอาไว้เพียงต้นว่าตอนในเราจะเรียกมันเหมือนแต่ก็ใช่ว่าลักษณะต่างๆ ของมันจะเป็นเหมือนกันทุกอย่าง ดวงดาวต่างๆ ในจักรวารก็เช่นเดียวกัน เราจะเรียกมันว่าเป็นดาวทั้งหมด แต่ในความเป็นจริงแล้วมันคืออะไรเราเองก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำไป สำหรับในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักเกี่ยวกับดาวดวงหนึ่งที่มีชื่อว่า US 708

ดาวดวงนี้นั้นเราอาจจะเรียกมันว่าเป็นดาวนักซิ่งก็น่าจะถูก เพราะทีมนักดาราศาสตร์จากเยอรมันนี  มีการค้นพบดาวดวงนี้สามารถที่จะเคลื่อนที่ไปในอวกาศได้ด้วยความเร็ว 1,200 กิโลเมตรต่อวินาที 

หรือก็คือมันจะเท่ากับการเดินทางจากโลกไปดวงจันทร์ในเวลา 5 นาที เกิดจากแรงเหวี่ยงของเราระเบิดอย่างรุนแรง คงดาวสหาย รวมถึงปริมาณฮีเลียมในตัวสูง จึงทำให้ดาวดวงนี้          ถูกเหวี่ยงออกไปจนแทบจะหลุดออกไปจากกาแล็กซี่

ทางช้างเผือกของเรา ดังนั้นดาวแคระขาวดวงนี้มันอยู่ห่างจากโลกของเราออกไป 61,970 ปีแสง และมันถูกค้นพบเมื่อปี 1982 แต่ยังไม่มีการศึกษาเพิ่มเติมใดๆ จน   กระทั้งในปี 2015 คณะนักดาราศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง กลับได้มีการค้นพบดาวซิ่งนี้อีกครั้ง

และพบว่ามันเคลื่อนที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา หลังจากที่ได้มีการคำนวณด้วยกล้องโทรทัศ พบว่าดาวดวงนี้นั้นจะเคลื่อนที่ออกจากกาแล็กซี่ทางช้างเผือกในอีกประมาณ 25 ล้านปีข้างหน้า ถ้าหากว่าดาวดวงนี้พูดได้คงถามดาวสหายแล้วว่า  เขาทำอะไรผิดทำไมต้องเหวี้ยงกันด้วยละตัวเอง

แต่อย่างไรก็ตามถึงดาวดวงนี้จะถูกเหวี้ยงอย่างไร แต่โลกของเราไม่มีผลกระทบนั้น  เป็นสิ่งที่ดีเอามากๆ เพราะถ้าหากว่าโลกของเรามีผลกระทบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วละก็ ไม่อยากจะคิดเลยว่าโลกของเราจะเป็นอย่างไร แต่มันก็ไม่เกิดขึ้นถือว่าเป็น    โชคดีของเราเอามากๆ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   gclubฟรี500

ในห้วงของจักรวารที่กว้างใหญ่นั้น มีดวงดาวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย จนในบางทีเราก็ไม่สามารถ      ที่จะค้นพบมันได้ แต่นักวิทยาศาสตร์ก็มีความพยายามในการที่จะพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ขึ้นมากมายเพื่อที่จะได้ง่ายต่อการค้นหาดวงดาวที่มันซ้อนตัว 

จากเราอยู่ ขนาดของดวงดาวแต่ละดวงนั้นมีความเล็กใหญ่ที่แตกต่างกัน บางดวงนั้นใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ของเราหลายเท่าเลยที่เดียว แต่บางดวงก็เป้นวงที่เล็กเอาากๆ จนเราไม่อาจจะคิดว่ามีดาวดวงนี้อยู่จริงๆ 

สำหรับในวันนี้เรานั้นจะมาพูดเกี่ยวกับดวงดาวที่มีอยู่ในจักรวารที่กว้างใหญ่แห่งนี้ แต่เราจะไม่ได็พูดถึงดาวเคราะห์หรือว่าดาวฤกษ์ที่มีอยู่  ในระบบสุริยะของเราหรอกนะ เพราะถ้าจะพูดเรื่องนี้หลายๆ คน   คงจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว  VY Canis Majoris มันเป็นดาวฤกษ์ที่จัดให้อยู่ในประเภท Red Hypergiant

  ตั้งอยู่ในกลุ่มดาวหมาใหญ่ มันอยู่ห่างจากโลกของเราออกไปประมาณ 3,900 ปีแสง ในส่วนของขนาดของมันนั้น     มีรัศมีที่ใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ของเราถึง 1,420 เท่ากันเลยทีเดียว  ถือว่าเป็นดาวที่ใหญ่เอามากๆ และความสว่างของมันยังมีความสว่างกว่าดวงอาทิตย์ถึง 450,000 เท่า ดาวดวงนี้นั้นเป็นดาวฤกษ์เดี่ยว ซึ่งมันมีความแตกต่างจากกลุ่มของมันมาก

เพราะดาวฤฏษ์ในกลุ่มนี้มักจะเป็นดาวฤกษ์ที่มีคู่กันเป็นส่วนใหญ่ และยังมีการคาดการณ์อีกว่าดาวฤกษ์ดวงนี้จะหมดอายุขัยของมันในอีก 100,000  ปีข้างหน้า และจะเกิดการระเบิดขึ้นจนกลายเป็นไฮเปอร์โนวา  อย่างที่เรารู้กันดีว่ากระระเบิดตัวเอง

ของดาวฤกษ์นั้นเป็นเรื่องที่ปกติเอามากๆ เพราะมันมีอายุขัยของมันที่ธรรมชาติได้กำหนดเอาไว้ว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้ และดวงอาทิตย์ของเราก็เป็นหนึ่งในดาวฤกษ์ที่วันหนึ่งมันจะหมดอายุขัยและทำการระเบิดตัวมันเอง

แน่นอนว่าถ้าหากวันนั้นมาถึงโลกของเราและดาวเคาะห์ดวงอื่นๆ ที่อยู่ในระบบสุริยะแห่งนี้  คงจะเป็นวันสุดท้ายที่มีชีวิตอยู่ อย่างที่เราได้พูดไปข้างต้นว่ามันคือธรรมชาติเราไม่สามารถเปลี่ยนความเป็นจริงได้ แต่คุรไม่ต้องกลัวไปเพราะมันไม่ได้เกิดขึ้นในยุคนี้อย่างแน่นอน เพราะกว่าที่วันนั้นจะมาถึงเราคงจะตายแล้วเกิดใหญ่อีกหลายรอบเลยละ      

อย่างที่ว่าคาวมจริงก็คือความจริงเราไม่สามารถเปลี่ยนความจริง  เพื่อที่จะมาหลอกตัวเองได้หรอกนะ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือทำใจยอมรับมันให้ได้ ธรรมชาติเป็นผู้สร้าง   และก็เป็นผู้ทำลายเช่นเดียวกัน ดวงดาวที่มีขนาดใหญ่ยังมีอยู่อีกหลายดวงเพื่อรอใครสักคนเปิดใจ  ที่จะลองศึกษาเกี่ยวกับมันอยู่ ดาวที่เรายกไปนั้นไม่ได้เป็นดาวดวงเดียวที่ถูกค้นพบและมีความแตกต่างจากพวกของมัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   gclub

ท้องฟ้าในยามราตรีนั้นเป็นอะไรที่สวยงามเสมอ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยดวงดาว แต่ถ้าเป็นในเมืองกรุง เมืองที่มีแต่แสงสีในยามราตรีนั้น   คงจะไม่ได้มีโอกาสที่จะได้มองเห็นความสวยของท้องฟ้าในยามราตรีที่ว่านี้มองดูแล้วสวยงาน

แต่ท้องฟ้าในยามเช้านั้นก็ไม่แพ้กันเลย ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่แห่งนี้แน่นอกว่า ห่างอออกไปจากโลกของเรามันมีหลายสิ่งหลายอย่างมาก ๆ ที่เกิดขึ้นโดยที่เราเองนั้นไม่รู้อะไรเลย เพราะไม่อยู่ในวงการนี้

 

ท้องฟ้าเป็นอะไรที่มองแล้วไม่มีวันเบื่อ มันอยู่กับเราตลอดไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือว่ากลางคืน    มันคือสิ่งที่เรานั้นเองก็ไม่รู้ว่าบนนั้นมีอะไรอยู่บาง แน่นอนว่าความกว้างของมันไม่ธรรมดา สิ่งที่อยู่นอกโลกของเราออกไปก็ต้องเป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน

สำหรับในวันนี้นั้นเราจะมาทำความรู้จักกับดาวนิวตรอนดวงหนึ่งที่มีชื่อว่า แมกเนต้าร์ สำหรับดาวนิวตรอนดวงนี้นั้นถือว่ามีพลังสนามแม่เหล็กตัวแม่ที่แท้จริง เพระามันมีความรุนแรงกว่าเพื่อนๆ ของมันถึง 1,000 เท่ากันเลย และเท่าเทียบกับบนโลกของเรา  

  ถึง1,000 ล้านล้านเท่ากันเลยก็ว่าได้ ทั้งๆ ที่มันมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 20 กิโลเมตรเท่านั้น และมันใช่เวลาในการที่หมุนรอบตัวเองเพียงรอบละไม่ถึง 1 วินาทีเท่านั้น ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ เลยก็คือ ยังไม่ทันได้หายใจเข้าเต็มปอดดีเท่าไหรดาวนิวตรอนที่ชื่อว่าแมกเนต้าร์ก็หมุนรอบตัวเอง

เสร็จไปหลายรอบแล้ว ถึงแม้ว่ามันจะมีขนาดที่เล็กมากๆ แต่ความหนาแน่นของนางกลับสูงเวอร์ ถ้าหากว่าเราขุดเอาแมกเนต้าร์ออกมาเพียงหนึ่งช้อนโต๊ะมันก็จะมีน้ำหนักที่มากถึง 1,000 ล้านตันเข้าไปแล้ว ถือเป็นเป็นน้ำหนังที่มากพอสำควรเลยทีเดียว นี้ดูเหมืนจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อเท่าไหรที่น้ำเอาหินเพียงหนึ่งช้อนโต๊ะมาชั่ง

แต่มันกลับมีน้ำหนักที่มากถึงเพียงนี้ ไม่เชื่อก็คงต้องเชื่อแล้วละ ว่ากันว่าถ้าหากเราเข้าใกล้มันในระยะ 1,000 กิโลเมตร พลังงานของมันก็สามารถที่จะทำลายล้างระบบประสาท และเปลี่ยนโครงสร้างโมเลกุลของเราจนเอ๋อเลยก็ว่าได้ ถ้ามันจะมีพลังมากขนาดนี้งั้นเราก้ขอดูอยู่ห่างๆ ก็พอจะเป็นการดีกว่า  

สำหรับในส่วนของดาวนิวตรอนนั้นยังมีอีกหลยดวงไม่ได้มีแต่แมกเนต้าร์เพียงดวงเดียวเท่านั้น และดาวนอวตรอนแต่ละดวงก็ยังมีลักษณะที่แตกต่างกันอีกด้วย และในส่วนของเรื่องที่เกิดขึ้นบนอวกาศนั้นยังมีอีกหลายเรื่องที่เกิดขึ้นเพียง แต่เราไม่ได้หยิบยกเอามาพูดเท่านั้น แต่เรื่องราวเหล่านั้นก็รอให้ทุกคนไปศึกษามันอยู่เช่นเดียวกัน กับที่มันทำความรู้จักกับดาวนิวตรอนที่มีชื่อว่าแมกเนต้าร์

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   จีคลับ ผ่านมือถือ