จากคำทายทั้งทางจิตวิทยาและทางวิทยาศาสตร์หลายๆแขนงที่ได้มีแนวคิดออกมาคล้ายๆกันว่า ในอนาคตโลกของเรานั้นจะไม่สามารถอยู่ได้ หรืออีกหนึ่งสาเหตุก็คือการที่โลกดับ

 

เพราะโลกนั้นถูกสร้างขึ้นมาจากองค์ประกอบหลายอย่างทั้งน้ำ สภาพอากาศ แร่ธาตุต่างๆ ที่ก่อตัวทำให้โลกเกิดขึ้น ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญที่จะทำให้มนุษย์นั้นสามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ต่อไปได้ เมื่อทราบอย่างนั้นแล้วทางนักวิทยาศาสตร์เองก็ทำงานวิจัยทรัพยากรเหล่านี้อย่างละเอียด ถึงแม้ว่าความเป็นไปได้อาจจะสามารถเกิดขึ้นได้

และไม่เกิดขึ้นก็คือ โลกเราจะสูญเสียทรัพยากรเหล่านี้ไป ซึ่งเราเองก็จะสามารถสังเกตได้จากรอบตัวอย่าง สภาพอากาศ เนื่องจากในปัจจุบันโลกเรานั้นมีการก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น และการใช้รถจักรยานยนต์ รถยนต์ ที่สร้างควันพิษเพิ่มมากขึ้น สารพิษเหล่านี้จะทำการกระจายตัวและลอยอยู่ในอากาศที่เราสามารถสูดดมเข้าสู่ร่างกายได้

และนอกจากนี้ถ้าหากมีปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นก็จะอาจจะสามารถที่ทำให้ลอยขึ้นไปถึงชั้นบรรยากาศที่ปกคลุมโลกได้ ซึ่งจะเป็นการทำลายชั้นบรรยากาศและส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมภายในโลกหลายๆอย่าง อีกหนึ่งสิ่งก็คือแร่ธาตุ ที่อาศัยอยู่ทั่วทุกพื้นที่ของโลกใบนี้

แร่ธาตุของโลกก็ไม่ได้ต่างกับแร่ธาตุที่อยู่ในร่างกายของมนุษย์เราเลย ร่างกายของมนุษย์เรานั้นต้องการแร่ธาตุเข้าไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของระบบอวัยวะต่างๆ เช่นเดียวกับโลกที่จะขาดแร่ธาตุไม่ได้ เพราะแร่ธาตุจะนำไปล่อเลี่ยงทรัพยากรต่างๆ

ภายในโลกให้ทำงาน และในปัจจุบันได้มีกลุ่มคนเริ่มขุดเจาะหาแร่ธาตุนำมาใช้ในงานต่างๆ ซึ่งทำให้มีการตรวจสอบได้ว่า แร่ธาตุบางชนิดที่อยู่บนโลกได้มีปริมาณที่ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ซึ่งได้มีการวิจัยออกมาว่าถ้าหากโลกเรานั้นไม่มีแร่ธาตุลงเหลืออยู่เลย

สภาพแวดล้อม ธรรมชาติ หรือสิ่งมีชีวิตจะไม่สามารถอาศัยอยู่บนโลกใบนี้ได้อีกต่อไป และในตอนนี้ก็ยังไม่สามารถหาทรัพยากรอะไรที่จำนำมาทดแทนได้ และสิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นตามมานั้นก็คือ ภัยจากธรรมชาติอย่าง อุทกภัย แน่นอนว่าน้ำเป็นทรัพยากรหนึ่งของโลก แต่ถ้าหากขาดการควบคุมจากแหล่งของแร่ธาตุและสภาพอากาศจะทำให้โลกมีความแปรปรวน

จึงเป็นที่มาดังคำทำนายว่า ก่อนที่โลกจะดับหรือหมดอายุไขของมัน น้ำจะทำการท่วมโลก พื้นแผ่นดินจะหายและจมลงใต้หมด ทั้งโลกจะมีเพียงแค่น้ำเท่านั้น และอาจจะต้องรอเวลาอีกหลายล้านปีเลยก็เป็นได้ ที่น้ำจะลดลงและเผยให้เห็นพื้นแผ่นอีกครั้ง แต่ถึงเป็นเช่นนั้นก็คงไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆเหลือรอดอยู่เป็นแน่

 

สนับสนุนโดย   จีคลับคาสิโนออนไลน์

ในโลกของอวกาศเราไม่อาจทราบมาได้อย่างแน่ชัดเลยว่าแท้จริงแล้วมันเกิดจากอะไร ถึงแม้ว่าในตำราเรียนจะถูกเขียนเอาไว้ว่าได้มีนักวิทยาศาสตร์คิดค้นทฤษฎีต่างๆของการเกิดจากจักรวาล การเกิดโลก ออกมาตามแต่

แต่ถึงอย่างไรนั้นมันก็ไม่ได้มีหลักฐานที่จะสามารถนำมายืนยันได้ว่าแนวคิดทฤษฎีเหล่านั้นเป็นเรื่องจริง เพราะมนุษย์เราเองก็ไม่ได้เกิดทันที่จะเห็นองค์ประกอบการสร้างโลกขึ้นมาเสียหน่อย เอาล่ะมาเข้าเรื่องของเราเลยดีกว่า ดวงอาทิตย์ กับ โลก ถือว่าเป็นสิ่งที่อยู่คั่นมาช้านาน ดวงอาทิตย์ให้แสงสว่างและความอบอุ่น เพราะภายในพื้นผิวของพระอาทิตย์นั้น

มีอุณหภูมิที่สูงมากหลายเท่าถ้าหากเทียบกับอุณหภูมิภายในโลก คุณเคยคิดเล่นหรือไม่ว่าถ้าวันหนึ่งดวงอาทิตย์ดับสูญ หยุดการให้แสงสว่าง หยุดให้ความอบอุ่น โลกเราจะเป็นอย่างไร และ มนุษย์เราจะเป็นอย่างไร

ตามทฤษฎีของนักวิทยาศาสตร์แล้วนั้นได้บอกว่า ดวงอาทิตย์จะมีการดับสูญอย่างแน่นอน แต่ไม่ได้เกิดขึ้นภายในเร็วๆนี้ คงจะอีกประมาน 7 พันล้านกว่าปีเลยก็เป็นได้ ซึ่งในตอนนั้นเองมนุษย์เราอาจจะสามารถผลิตนวัตกรรมที่ทันสมัยพร้อมที่จะรับมือกับเหตุการณ์ทางธรรมชาติได้ ซึ่งในปัจจุบันเองก็ได้มีการออกสำรวจดาวดวงอื่นๆ

เพื่อค้นหาดวงดาวที่มีลักษณะคล้ายกับโลก เผื่อว่าในอนาคตมนุษย์จะต้องย้ายถิ่นฐานไปยังดาวโลกดวงใหม่เพื่อความอยู่รอด ดังที่กล่าวมาคือการวิเคราะห์ว่ากว่าจะเกิดเหตุการณ์ดวงอาทิตย์ดับคงมีเวลาพอที่จะทำให้มนุษย์นั้นอยู่รอด แต่ถ้าหากต้องอธิบายว่าความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างที่จะเกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ดับ ก่อนที่ดวงอาทิตย์จะดับ

มันจะทำการขยายตัวให้ใหญ่เพิ่มมากขึ้น จนกลายเป็นดาวยักษ์แดง ซึ่งจากทฤษฎีของนักวิทยาศาสตร์บอกว่ามันจะการดูดกลืนดาวพุธและดาวศุกร์เข้าไป แต่โลกเราจะไม่โดดดูดถึงแม้จะเกือบก็ตาม หลังจากการดับสูญของดวงอาทิตย์ โลกเราจะมีอุณหภูมิที่สูงเพิ่มมากขึ้น ชั้นบรรยากาศถูกทำลาย มีอากาศที่เป็นพิษ และสิ่งที่ตามมาคือ มนุษย์จะล้มตายจนสูญพันธุ์

เพราะไม่สามารถทนอยู่ได้ แต่ได้มีการคาดเดาว่ากว่าจะถึงเวลานั้นที่ดวงอาทิตย์จะดับสูญ มนุษย์อาจจะสูญพันธุ์ไปด้วยสาเหตุอื่นๆก่อนเช่น โรคระบาด การขาดแคลนอาหาร การสู้รบ เป็นต้น หรือไม่มนุษย์เองจะมีการปรับตัวเข้าได้กับเชื้อโรคจนทำให้มนุษย์กลายพันธุ์เป็นสปีชีร์ใหม่ ที่ไม่ใช่อย่างที่พวกเราเป็นกันอยู่ในตอนนี้

เพื่อดำรงชีวิตให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในตอนนั้น ซึ่งเราไม่อาจจะทราบได้ว่าสายพันธุ์ของมนุษย์จะมีความรู้เทียบเท่ากับมนุษย์สปีชีร์ Homo ได้หรือไม่ ถ้าหากถึงเวลานั้นแล้วยังมีมนุษย์เหลือรอด หรือ มนุษย์สปีชีร์ใหม่ที่มีพัฒนาการที่เยี่ยม อาจจะสามารถสร้างนวัตกรรมที่ทำให้เผาพันธุ์ดำรงต่อไปได้แม้ว่าจะไม่มีดวงอาทิตย์ก็ตาม ซึ่งจะต้องหาพลังงานมาทดแทน อย่างเช่น นิวเคลียร์

 

สนับสนุนโดย   แทงบอลออนไลน์

คุณทราบหรือไม่ว่าขั้นบรรยากาศของโลกเรานั้นคืออะไร? แล้วคุณมองเห็นชั้นบรรยากาศของโลกเราหรือไม่? คุณกำลังสงสัยอยู่ใช่หรือไม่ว่าบรรยากาศคืออะไร แล้วเราจะมองเห็นเห็นชั้นบรรยากาศได้อย่างไรเพราะเห็นแต่สีท้องฟ้าที่เป็นสีฟ้า

แล้วคุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าถ้าโลกเราไม่มีชั้นบรรยากาศจะเป็นอย่าง และเกิดผลกระทบอะไรต่อโลกบ้าง ฟังดูแล้วมีคำถามเต็มไปหมดเลยว่าไหม เอาล่ะเดี๋ยวจะมาอธิบายในแต่อย่างให้เข้าใจกันเลย คุณลองมองขึ้นไปบนท้องฟ้าดูสิ นั้นแหละชั้นบรรยากาศ คุณอาจจะสงสัยใช่หรือนั้น แต่ไม่ผิดหรอก ที่คุณเห็นอยู่ทั่วท้องฟ้านั้นแหละที่เราเรียกมันว่า ชั้นบรรยากาศ

ถ้าสมมติว่าโลกเราไม่มีชั้นบรรยากาศปกคลุมอยู่ในช่วงเวลากลางวัน ท้องฟ้าที่คุณเคยเห็นเป็นสีฟ้า ก็จะกลายเป็นสีดำที่มืดสนิท ถึงแม้ว่าจะยังมีแสงจากดวงอาทิตย์ส่องลงมาเช่นเดิม หากคิดภาพไม่ได้ออกลองนึกถึงดวงใจที่มีนักบินอวกาศไปสำรวจดูสิ

นั้นแหละจะเป็นในลักษณะแบบนั้นเลย แสงและเงาที่ส่องลงมาโดนวัตถุจะเข้มและแข็งมาก และเราจะเห็นดวงดาวได้อย่างชัดเจน ซึ่งหากเป็นในเวลากลางคืนก็จะมืดกว่าปกติและเห็นดาวได้ชัดเจนมากกว่าในตอนกลางวันที่ไร้ชั้นบรรยากาศอีก

แล้วทำไมเราถึงท้องฟ้าเป็นสีฟ้า นั้นเป็นเพราะชั้นบรรยากาศของโลกเรามีเส้นของแสงที่ยาวที่สุดนั้นก็คือ สีฟ้า เมื่อแสงจากดวงอาทิตย์ตกกระทบลงมาทำให้เราเห็นท้องเป็นสีฟ้า ซึ่งมีความแตกต่างจากของดาวอังคารที่ชั้นบรรยากาศเป็นสีแดง หรือ ดาวศุกร์ที่ชั้นบรรยากาศเป็นสีส้ม

นั้นก็คืออยู่กับเส้นของแสงที่ยาวของชั้นบรรยากาศของแต่ละดาวแตกต่างกันนั้นเอง ซึ่งถือว่าเป็นผลดีอย่างมากที่โลกเรานั้นมีชั้นบรรยากาศ เพราะชั้นบรรยากาศจะช่วยลดทอนการกระเจิงจากแสงของดวงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมายังพื้นผิวโลก ช่วยกรองแสง และรังสียูวีต่างๆได้ในระดับหนึ่ง

เพราะไม่เช่นนั้นถ้าโลกเราไม่มีชั้นบรรยากาศ แสงจากดวงอาทิตย์จะมีอนุภาพทำร้ายล้างผิวของมนุษย์เลยก็ว่าได้ ซึ่งพื้นผิวโลกอาจจะแห้งแร้งเหมือนกับพื้นผิวที่ขรุขระของดวงจันทร์ เพราะไม่มีชั้นบรรยากาศปกคลุมจะทำให้โลกมีอุณหภูมิที่ร้อนเพิ่มมากขึ้น

อย่างพวกภูเขาไฟระเบิด หรือ ลาวา ก็คงจะไม่หายไป ยังรวมไปถึงการเกิดฤดูกาลอีกด้วย ถ้าหากโลกไร้ชั้นบรรยากาศอย่างที่กล่าวไปว่าจะเจอเพียงแค่แสงแดดจากดวงอาทิตย์ ซึ่งถ้าหากพูดโดยรวมแล้ว เผลอๆนั้นอาจจะไม่มีมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตที่จะสามารถอาศัยดำรงอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย  ufabet สมัคร

เราต่างมักจะเรียกสิ่งมีชีวิตที่อยู่นอกโลกว่า “มนุษย์ต่างดาว” ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่หลายๆคนนั้นยังไม่เคยเห็นว่ามันมีจริงอยู่หรือไม่ ในส่วนของผู้ที่ได้เห็นนั้นก็น้อยมากหากเทียบกับจำนวนมนุษย์โลกทั้งหมด เรื่องของมนุษย์ต่างดาวเดิมทีนั้นเป็นเรื่องที่เล่ากันมาแต่นานแล้ว

หากแต่มันก็ยังเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจนเกินไป เพราะไม่มีสิ่งที่เป็นหลักฐานเพื่อนำมาพิสูจน์ได้ว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นมีอยู่จริง และในเวลาต่อมานั้นเองก็ได้มีผู้พบเห็นยานพาหนะที่บินอยู่เหนือน่านฟ้าของโลก ได้มีผู้ที่สามารถบันทึกภาพเอาไว้ ทั้งเป็นภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ หลักฐานเหล่านี้ถูกส่งไปตรวจเพื่อทำการพิสูจน์ว่าเป็นของจริงหรือของปลอม

ปรากฏว่าหลักฐานทั้งหมดนั้นมีทั้งของจริงและของปลอมที่ถูกตัดแต่งภาพโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในส่วนของหลักฐานของจริงนั้น ถึงแม้ว่าการตรวจสอบจะบอกว่าไม่ได้ผ่านการตัดแต่ง แต่ก็สามารถจัดฉากขณะถ่ายขึ้นมาได้ แต่มีอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่าเป็นของจริงอย่างแน่นอน นั้นก็คือ การค้นพบร่างของผู้หญิงอยู่บนดวงจันทร์

โดยยานบินอวกาศอะพอลโล่20 ที่เป็นความร่วมมือของสหรัฐอเมริกากับรัสเซียที่จะสร้างและส่งมนุษย์ไปสำรวจดวงจันทร์อีกครั้ง แต่ในครั้งนี้นอกจากจะต้องไปตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายแล้ว กลับพบเจอสิ่งแปลกปลอมที่อยู่บนดวงจันทร์ เป็นหญิงสาวที่คาดว่าจะเสียชีวิตแล้ว

ภายนอกของหญิงสาวผู้นี้นั้นมีลักษณะที่คล้ายกับมนุษย์ทุกอย่าง แต่มีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างออกไป คือเธอมี 3 ดวง ที่มีอีกดวงดวงอยู่บนหน้าผากระหว่างคิ้ว ไม่เพียงแค่ทำการถ่ายคลิปสิ่งมีชีวิตนี้ไว้เท่านั้น แต่ยังนำขึ้นยานอวกาศเพื่อเอากลับมายังโลกอีกด้วย

และในเวลาต่อมาคลิปนี้ก็ถูกลบหายไป คลิปเหล่านี้มีผู้ปล่อยออกมาแต่ไม่ใช่องค์กร NASA ของสหรัฐอเมริกา เพราะประชาชนมีความเชื่อว่าอเมริกานั้นมีความลับปิดบังในเรื่องมนุษย์ดาว ยานบินอวกาศอะพอลโล่20 ถือว่าเป็นการเดินทางครั้งสุดท้ายในการไปสำรวจดวงจันทร์ เพราะหลังจากนั้นก็ไม่มีการไปสำรวจดวงจันทร์อีกเลย โดยมีผู้วิเคราะห์ว่า ต้องใช้งบประมาณสูง

และปัญหาสุขภาพของนักบินเมื่อกลับมายังโลกจะมีปัญหาในเรื่องของการเดิน แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่เชื่อกับเหตุผลเหล่านั้น นั้นเป็นเพราะว่ามีเรื่องของมนุษย์ต่างดาวที่ถูกค้นพบเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ถึงแม้ว่าจะมีสาเหตุอะไรก็ตามแต่ก็มีข้อสันนิฐานออกว่า ถ้าบนดวงจันทร์มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ การเดินทางไปสำรวจดวงจันทร์ของมนุษย์นั้นจะเท่ากับว่าเป็นการบุกรุกพื้นที่ ซึ่งมันอาจจะเป็นปัญหาต่อโลกภายหลังก็เป็นไปได้

 

 

สนับสนุนโดย  ae sexy

ก่อนจะเล่าว่ายุคน้ำแข็งน้อยนั้นคืออะไร ต้องบอกก่อนว่าที่มาที่ทำให้เกิดยุคน้ำแข็งนั้นคืออะไร ตามทฤษฎีแล้วการเกิด ยุคน้ำแข็งน้อย ยุคน้ำเล็ก ยุคน้ำแข็งขนาดเล็กจิ๋ว ซึ่งถูกเรียกได้หลากหลายแบบแต่ทุกชื่อเรียกนั้นมีความหมายไปในทิศทางเดียว

นั้นมีสาเหตุมาจากดวงอาทิตย์ ทุกคนคงจะทราบกันว่าพระอาทิตย์นั้นมีความร้อนเป็นอย่างมาก และเพิ่มมากขึ้นทุกวันด้วยสภาพอากาศที่เรากำลังสัมพันธ์กันอยู่ในทุกวันนี้ แต่การเกิดยุคน้ำแข็งน้อยนั้นเกิดขึ้นเพราะดวงอาทิตย์จะดับชั่วคราว พออธิบายมาถึงประโยคนี้หลายคนคงอาจจะกำลังสงสัยอยู่ใช่ไหมล่ะว่า ดวงอาทิตย์ดับ คืออะไร?

จะไม่ให้ความร้อนหรือ จะไม่มีแสงหรือ หรือว่าโลกจะมืด อยากให้ทุกคนทำความเข้าใจเสียก่อนว่าประกฎการณ์ดวงอาทิตย์ดับนั้น ไม่หมายถึงการที่มันไม่ให้แสงสว่างหรือไม่ให้ความร้อน แต่หมายถึงการที่ดวงอาทิตย์นั้นจะมีพลังงานความน้อยลง ซึ่งจะยังคงให้ความร้อนแต่น้อย และยังคงส่องแสงสว่างให้กับโลกอย่างเช่นเคย และเราก็อาจจะสามารถมองพระอาทิตย์ด้วยตาเปล่า

โดยที่ไม่ต้องลี่ตามองเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะการเกิดปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ดับนี้จะส่งผลให้เกิดยุคน้ำแข็งน้อยเกิดขึ้น นั้นหมายถึงโลกจะเย็นขึ้น ถือว่าเป็นสิ่งที่หลายๆคนคงจะชอบกันเลยสิท่าถ้าหากโลกเรามีอุณหภูมิที่เย็นขึ้น

ซึ่งทาง NASA ได้ออกมาเปิดเผยว่า ในตอนนี้ดวงอาทิตย์เริ่มที่เข้าสู่ช่วงการพลังงานความร้อนต่ำในรอบ 200 ปี และจะทำให้บางพื้นที่นั้นมีอุณหภูมิลดลงจนติด -50 องศาเซลเซียสเลยก็เป็นไปได้ โดยมีการคาดการณ์ว่าตอนนี้พระอาทิตย์ได้เริ่มลดพลังงานความร้อนลงเรื่อยๆ และปรากฏการณ์นี้จะมีระยะเวลายาวนานมากถึง 30 ปี หรือไปจนถึงปีค.ศ.2053

ก็อาจจะเป็นไปได้ หากเป็นเช่นนั้นจริงๆไม่ว่าประเทศไหนก็จะได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์นี้ทั้งหมด หลายๆพื้นที่บนโลกจะมีความเย็นมากขึ้น พื้นที่ที่มีความเย็นอยู่แล้วก็อาจจะหนาวมากขึ้น ถึงแม้จะมีแสงอาทิตย์ให้ความสว่างอยู่เช่นเคย แต่ความร้อนจะลดน้อยลง ฤดูกาลอย่างฤดูร้อนและฤดูฝนที่เป็นฤดูกาลสากลก็จะมีระยะเวลาสั้นน้อยลง

สภาพอากาศก็จะกลายเป็นแห้งชื้น หากบอกว่าต่อให้เข้าสู่ยุคน้ำแข็งความร้อนก็มาหาย เพราะโลกร้อนส่วนหนึ่งมาจากการกระทำมนุษย์ ซึ่งได้มีการถกเถียงกันอยู่มากด้วยทฤษฎีต่างๆมากมาย ที่ว่ามันจะสามารถนำมาหักล้างกันได้ แต่ก็จะตามมาด้วยผลกระทบต่างๆทางธรรมชาติอย่างแน่นอน ซึ่งปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ดับนี้จะทำให้เกิดยุคน้ำแข็งน้อยจริงหรือไม่นั้นต้องคอยติดตามกันต่อไป

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ดู E-SPORT

เราอาจจะเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่าดวงจันทร์ให้ความสำคัญอะไรกับโลกเรา ถ้าหากนำไปเปรียบเทียบกับดวงอาทิตย์แล้ว แน่นอนว่าดวงอาทิตย์ก็คงจะต้องมีประโยชน์มากกว่าอยู่แล้ว

ซึ่งหลายคนอาจจะทราบแค่ว่า ดวงจันทร์มีผลกระทบต่อเรื่องน้ำขึ้นน้ำลงก็เพียงเท่านั้นสินะ ถึงแม้ว่าดวงจันทร์จะไม่มีแสงสว่างเป็นขอตัวเองอย่างดวงอาทิตย์ และที่เห็นว่ามันสว่างในกลางคืน

ก็เพราะมันได้รับอิทธิพลมาจากแสงของดวงอาทิตย์นั้นเอง แต่ก็ใช้ว่ามันไม่มีประโยชน์นะ ถ้าหากโลกเราไม่มีดวงจันทร์ ก็จะมีผลกระทบที่ตามมาได้เช่นเดียวกัน ถ้าหากคุณลองไปอยู่ในมืดสนิทไม่แม้แต่ไฟฟ้า คุณจะเห็นได้ว่าแสงจากดวงจันทร์ยังสว่างพอจะทำให้คุณเห็นทาง และเกิดเงา

ถึงแม้แสงนั้นจะไม่ได้สว่างเทียบเท่ากับดวงอาทิตย์ก็ตาม ซึ่งถ้าหากไม่มีดวงจันทร์ในเวลากลางคืนจะทำให้โลกฝั่งกลางคืนนั้นมืดมาก มืดจนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย ถ้าหากเราไม่มีไฟฉายหรือไฟฟ้าที่มนุษย์เราสร้างขึ้น

อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้นว่าถ้าหากไม่มีดวงจันทร์จะสงผลกระทบในเรื่องของน้ำขึ้นน้ำลง ใช่ และจะส่งต่อสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำด้วย ซึ่งสัตว์น้ำบางชนิดมีวิถีชีวิตในตอนกลางคืนมากกว่าตอนกลางวัน หากไม่มีดวงจันทร์ก็จะไม่เกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง

รวมไปถึงสัตว์ก็สามารถสูญพันธุ์ได้ หรือ ถ้าหากไม่สูญพันธุ์ สัตว์น้ำเหล่านั้นจะมีการขยายพันธุ์เพิ่มมากขึ้นในแบบที่ว่ามากกว่าปกติ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนระบบนิเวศใหม่ และทำให้มีปัญหาในเรื่องของห่วงโซ่อาหารอีกด้วย ทั้งนี้ไม่ใช่แค่สัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำเท่านั้นที่จะสูญพันธุ์

แต่ยังรวมไปถึงสัตว์มีชีวิตอาศัยอยู่บนบกเช่นกัน เพราะสัตว์บางประเภทต้องล่าเหยื่อหรือหากินในช่วงเวลากลางคืน ถ้าหากไร้แสงจากดวงจันทร์ สัตว์เหล่านี้จะมองไม่เห็นและถึงคราวสูญพันธุ์ไปในที่สุด ซึ่งสัตว์ที่จะสามารถอยู่ร้อนได้ถ้าหากโลกไร้ดวงจันทร์จะเป็นสัตว์จำพวกที่หากินและล่าเหยื่อด้วยความอื่นๆอย่าง

การได้ยินเสียง การได้กลิ่น การสัมผัส เป็นต้น และในทางของการเปลี่ยนแปลงของโลกนั้นมีอย่างแน่นอน ถ้าหากโลกไม่มีดวงจันทร์เป็นบริวาล จะส่งผลทำให้โลกจากเดิมที่มีการหมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วคงที่ จะเปลี่ยนไปทำให้โลกเรานั้นหมุนรอบตัวเองอย่างเร็วขึ้น

มีแรงหวี่ยงที่เพิ่มมากขึ้น ไม่มีแรงดึงดู ซึ่งอาจจะทำให้โลกเรานั้นสามารถหลุดออกไปจากระบบสุริยะจักรวาลเลยก็เป็นได้ และอีกหนึ่งสำคัญก็คือเรื่องของเวลา โดยปกติแล้ว 1 วัน จะเท่ากับ 24 ชั่วโมง แต่เมื่อไร้ดวงจันทร์ เวลา 1 วันบนโลกจะลดน้อยลงเหลือเพียง 6-12 ชั่วโมงเท่านั้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ดูบอล

วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่น่าติดตามและน่าค้นหามากที่สุด

สำหรับคนยุคใหม่ที่เกิดมาพร้อมกับมีการใช้งานกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยนั้น คงนึกไม่ออกเลยว่าสำหรับการอยู่แบบคนสมัยก่อนนั้นเขาอยู่และดำเนินชีวิตกันอย่างไร 

เนื่องจากในยุคก่อนหน้านี้เป็นยุคที่ยังไม่ค่อยจะมีการพัฒนามากนัก เป็นยุคที่นักวิทยาศาสตร์เริ่มมีการประดิษฐและคิดค้น ดังนั้นจึงมีความเป็นอยู่ที่ค่อนข้างลำบากไม่สะดวกอย่างเช่นยุคในปัจจุบัน และการคิดค้นในด้านต่างๆก็สามารถทำได้ยากกว่าในปัจจุบันเพราะอุปกรณ์และการสื่อสารน้อยกว่าในยุคปัจจุบันแบบนี้นั่นเอง

การทำการทดลองหรือการค้นคว้าในยุคสมัยก่อน

ต้องบอกว่าสมัยก่อนไม่มีอุปกรณ์เยอะเหมือนกับสมัยนี้ ดังนั้นการทดลองในสมัยก่อนจึงมาด้วยการคิดค้นที่มาจากสมองและสติปัญญาของนักวิยาศาสตร์ล้วนๆ เพราะเกิดจากการคิดค้นและแรงบรรดาใจของพวกเขา

เนื่องจากการคิดค้นเหล่านั้น เป็นการคิดค้นทางปัญญาที่ไม่มีใครสามารถลอกเรียนแบบได้ อย่างเช่นในยุคปัจจุบันที่มีการลอกเรียนแบบกันตลอด แค่เปลี่ยนแปลงนิดหน่อยก็หาว่าตนเป็นผู้คิดค้นเองแล้ว และเป็นการประดิษฐที่ไม่ได้พิเศษอะไรมากนัก เรียกว่าไม่มีผลงานในการประดิษฐหรือผลงานในการคิดค้นโดดเด่นอย่างสมัยก่อนนั่นเอง

จะเห็นได้ว่าคนในสมัยนี้คิดค้นและดัดแปลงสิ่งต่างๆมาจากการค้นคว้าของคนสมัยก่อน นั้นก็เป็นสิ่งที่เรียกว่าดีอย่างหนึ่งเช่นกันนะ เพราะเป็นการพัฒนาระบบเก่าๆให้ดีขึ้น และเป็นการนำมาใช้งานให้ดีขึ้น ระบบใช้ง่ายขึ้น บางอย่างก็ประหยัดขึ้น ช่วยทำให้เข้ากับการเป็นอยู่ในชีวิตของเราที่ง่ายขึ้นนั้นเอง  และหลักการเหล่านี้เราอาจพูดได้ว่าดีกว่าที่มีการเป็นอยู่ในชีวิตแบบเก่า อย่างเช่น

การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ จากการประดิษฐคิดค้นเรื่องของโทรศัพท์ ซึ่งสมัยก่อนไม่อาจใช้งานจนกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของเราทุกวันแบบสมัยนี้ จากการไม่มีโทรศัพท์ใช้ต้องเดินทางไปมาหากันในสมัยก่อน เป็นการโทรติดต่อสื่อสารซึ่งสามารถมองเห็นหน้าตากันในปัจจุบันนี้ นี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เรียกว่ามีการพัฒนาให้ดีขึ้น 

สิ่งประดิษฐคิดค้นของนักวิทยาศาสตร์สามารถทำในสิ่งที่เราไม่คาดคิดได้ เพราะถ้าหากมีการเปรียบเทียบกับสมัยก่อนแล้วนั้น ต้องบอกว่าเราไม่มีไฟฟ้าใช้ ใช้พลังแสงจากดวงอาทิตย์และไม่ใช่ว่าแค่เรื่องของไฟฟ้าเพียงเท่านั้น แต่หมายถึงจุดกำเนิดของการใช้ทุกๆอย่างที่มีการเริ่มต้นประดิษฐอีกด้วย

จะเห็นได้ว่านักวิทยาศาสตร์ได้มีการคิดค้นและประดิษฐสิ่งต่างๆให้กับเรามากมาย อาทิเช่น การคิดค้นเรื่องของเครื่องบิน ที่ทำให้เราสามารถอยู่บนนอากาศได้ คิดค้นรถยนต์ที่ทำให้เราเดินทางโดยที่ไม่ต้องเดินและสามารถเดินทางไปในที่ๆแสนไกลโดยไม่ต้องใช้แรงงานจากสัตว์ 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

เนื้อหาเฉพาะเจาะจงสร้าง Traffic ได้มากกว่า เคล็ดลับของการเขียนไทเทิลให้น่าสนใจ และการคิดเนื้อหาให้น่า อ่าน ) และให้เห็นบน Google แล้วน่าคลิกกว่าคู่แข่งก็คือ การเขียน หัวข้อ ( Headline , Title ) ให้เฉพาะเจาะจงในสิ่งที่จะบอก พูดอีกอย่าง คือ อย่าเขียนอะไรที่กว้างๆ กวาดไปทั่ว

อย่าพูดรวม ๆ จะบอกว่า เว็บเพจนี้มีเรื่องราวอะไรให้บอกไปชัดเจนและเจาะลึกสักนิดแล้วคุณ จะได้คลิกมากขึ้น ยกตัวอย่างง่าย ๆ แทนที่จะสร้างเนื้อหาหรือเขียนไทเทิลชื่อเรื่องว่า “ วิธีเลิกบุหรี่ ” ก็ให้เขียนว่า “ วิธีเลิกบุหรี่ภายใน 7 วัน ” หรือ แทนที่จะ บอกว่า “ เคล็ดลับลดความอ้วน ”

ก็ควรเขียนว่า “ เคล็ดลับลดความ อ้วนสำหรับสาววัยทำงาน ” หรือ “ 10 วิธีลดความอ้วนที่ได้ผลจริง ” ( การระบุตัวเลขต่าง ๆ ก็จะช่วยเพิ่มคลิกได้มากเช่นกัน ) ความเฉพาะ เจาะจงหรือนิชของไทเทิล หัวข้อ หรือบทความ มีพลังความน่าสนใจมากกว่าแน่นอน ( เข้าไปดูใน Yahoo Answers หรือ Google Guru เพื่อหาโพสต์ที่คนดูมาก ๆ ให้คุณคิดเนื้อหาเฉพาะเจาะจงออกมากขึ้น )

H1 , H2 . . . ช่วยทำให้คุณดูมีความรู้ ในสายตา Google จริงเหรอ ? จริงสิ ... การเพิ่ม Sub header คือวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้บทความ คุณภาพขึ้นในทันที เพราะสมัยนี้ นอกจากเหตุผลที่ว่าบทความยิ่ง ยาวยิ่ง Rank ดี การใช้ Sub header ยังจะช่วยแบ่งเรื่องราวให้เขียน ง่าย และอ่านง่ายขึ้นด้วย

ตอนนี้ Google บอกชัดเจนมากขึ้นว่าจะเล่นงานให้หมดไอ้พวกที่ เขียนบทความไม่รู้เรื่อง หรือไอ้พวกบทความไม่เป็น Expert และการ ใช้ Sub Header จะช่วยคุณได้มาก คิดหัวข้อย่อยออกมาจากคำถาม ที่คิดว่าผู้อ่านน่าจะถามบ่อยในเรื่องนั้นๆ

( อะไร , ทำไม , อย่างไร ) และใช้ Tag H1 , H2 , H3 ออกมาเป็นหัวข้อย่อย ไม่ใช่เอา Font มา Bold เฉย ๆ ( ดูตัวอย่างเว็บดังในเมืองนอกคุณจะเห็น ) จะไปแข่งกับเว็บคู่แข่งใหญ่ๆ ไอ้บทความพวกมี Header H1 เดียว เดี๋ยวนี้มันไม่พอแล้ว

อย่าให้เกิดคำถามเหล่านี้ เวลามีคนมาเยี่ยมบ้านคุณ 

ฉันอยู่ที่ไหน ? - ผู้ชมเว็บควรรู้ทันทีว่าอยู่ที่ไหนไม่ว่าจะไป เว็บเพจไหน ( ด้วย Navigator Menu Hover Effect ที่จำเป็น และเพิ่ม Breadcrumb link เช่น home product - bicycle 

คลิกอะไรก่อนดี ? - คุณเป็นผู้ควบคุมว่าอะไรที่อยากให้ผู้ ชมสนใจที่สุดในหนึ่งหน้า ด้วยการทำให้สิ่งนั้นโดดเด่นออก มาที่สุด ไม่ใช่ทุกอย่างเด่นเท่ากันหมด 

จะติดต่อได้ยังไง - อย่าเอาข้อมูลการติดต่อไปซ่อน 

คำนี้แปลว่า ? - คำที่ใช้ในส่วนต่าง ๆ เพื่อนำทางควรสั้น และสื่อสารได้ภายในเสี้ยววินาทีก่อนที่คุณจะเสียผู้ชมไป 

ไอคอน หรือภาพจะสื่ออะไร ? - จะใช้ไอคอน หรือภาพสื่อ ความหมายอะไรก็ตาม มันควรสื่อความหมายได้ภายใน เสี้ยววินาทีเช่นกัน

 

สนับสนุนโดย  Holiday Palace

       เชื่อว่าหลายๆคนในที่นี้คงจะต้องเคยโดยการถามปัญหาโลกแตกอย่างคำถามที่ว่าไก่กับไข่นั้นอะไรที่มันเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ก่อนกัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นคำถามที่ค่อนข้างที่จะกวนประสาทพอสมควรเลยก็ว่าได้ แต่สำหรับคนคิดคำตอบนั้นมันกลับทำให้เป็นคำถามที่ค้างคาใจกันมาอย่างนาน

แสนนานว่าจริงๆแล้วระหว่างไก่กับไข่นั้นอะไรเกิดก่อนกัน ซึ่งแน่นอนว่าก่อนหน้านี้มีการถกเถียงกันอยู่บ่อยๆแต่ก็จบลงด้วยการไม่รู้ต่อไป ซึ่งในวันนี้เราจะได้รู้กันอย่างจริงจังแล้วว่าอะไรเกิดมาก่อนกันแน่

       จะเรียกว่าเป็นวันนี้ที่รอคอยเลยก็ว่าได้สำหรับคำตอบของคำถามเจ้าปัญหาที่สร้างความปวดประสาทให้กับหลายๆคนบนโลกใบนี้กับข้อเท็จจริงของเรื่องไก่กับไข่ ก็ถือว่าเดินทางมาถึงตอนจบของเรื่องนี้กันแล้วเมื่อทางวิทยาศาสตร์นั้นได้มีการหาคำตอบเรื่องของไก่กับไข่ได้อย่างสมเหตุสมผลแล้วว่าจริงๆแล้วตกลงว่าไก่กับไข่เป็นอะไรกันแน่

ที่ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกนี้ก่อนกันแน่ โดยคำตอบที่มีข้อมูลสนับสนุนอย่างหนักแน่นมากที่สุดก็เฉลยออกมาว่าเป็นไก่เกิดก่อนไข่ โดยทางฝั่งของทีมนักวิจัยของทางมหาวิทยาลัย Sheffield และ Warwick ที่ตั้งอยู่ในอังกฤษนั้นได้ทำการวิจัยหาคำตอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรง

และได้มีการค้นพบข้อเท็จจริงที่ว่ามีโปรตีน ovocledidin17 บนเปลือกไข่ซึ่งโปรตีนนี้เองที่เป็นส่วนสำคัญที่มีความจำเป็นต่อการสร้างให้มีจุดเริ่มต้นของการเกิดไข่ขึ้นมา และเป็นส่วนที่ช่วยในการเร่งกระบวนการในส่วนของการตกผลึกของเปลือกไข่ที่สำคัญนั่นก็คือทำให้เปลือกไข่ที่เราเห็นกันในทุกวันนี้มีความแข็งนั่นเอง นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม่แม่ไก่จึงสามารถที่จะทำการผลิตส่งออกไข่ของตัวเองได้ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมงนี้ ซึ่ง ovocledidin17 ที่กล่าวไปในข้างต้นนั้น

ถือว่าเป็นโปรตีนสำคัญที่ทางนักวิจัยได้ทำการค้นคว้าและพบว่ามันมีอยู่อย่างเฉพาะแค่ภายในรังไข่ของไก่ สุดท้ายแล้วจึงเป็นที่มาของบทสรุปของปัญหาโลกแตกที่ใครต่างก็หาคำตอบกันมาอย่างเนิ่นนานว่าจะต้องเป็นไก่ที่เป็นแม่ถือกำเนิดขึ้นมาก่อนไข่ผู้เป็นลูก

ด้วยเหตุผลที่สามารถพิสูจน์ได้อย่างแน่ชัดแล้วว่าด้วยเหตุผลของไก่นั้นจะต้องมีโปรตีน ovocledidin17 ตัวนี้เท่านั้นจึงจะสามารถที่จะทำการออกไข่มาให้เราเห็นกันอย่างทุกวันนี้ได้ แต่แน่นอนว่ายังคงมีคนที่สงสัยอยู่ดีว่าถ้าไม่มีไข่ใบแรกแล้วจะมีไก่ตัวแรกเกิดขึ้นบนโลกนี้ได้อย่างไร ไก่ที่ว่านั้นเกิดขึ้นมาจากไหนกันแน่

ทางนักวิทยาศาสตร์ก็ได้ออกมาให้คำอธิบายเรื่องนี้ให้คลายสงสัยกันไปอย่างถ้วนหน้าว่า ไก่ตัวแรกนั้นได้มีวิวัฒนาการมาจากไดโนเสาร์ผู้เป็นบรรพบุรุษต้นกำเนิดของไก่ทุกตัวบนโลกใบนี้ ซึ่งมันก็ได้มีการใช้ระยะเวลาอยู่ค่อนข้างนานอยู่หลายล้านปีเลยทีเดียวสำหรับการที่จะกลายพันธุ์เปลี่ยนมาเป็นอย่างเช่นไก่ในปัจจุบันที่เราเห็นกันทุกวันนี้

        และทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องราวข้อเท็จจริงที่ทางวิทยาศาสตร์นั้นได้ทำการทุ่มเทในการค้นคว้าหาข้อมูลทำการวิจัยมาเพื่อไขข้อสงสัยและให้คำตอบอย่างสมเหตุสมผลกับทุกๆคน ทำให้เห็นได้ชัดเลยว่าทุกสิ่งบนโลกใบนี้นั้นสามารถที่จะไขความข้องใจได้ง่ายด้วยการนำเอาหลักการทางวิทยาศาสตร์นั้นมาใช้ และที่สำคัญคือเราไม่สามารถที่จะมองข้ามวิทยาศาสตร์ไปได้เลย

 

ขอบคุณ  แทงบอลออนไลน์  ที่ให้การสนับสนุน

ลอนดอน ประเทศอังกฤษ 19 มีนาคนปี 2002 เจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามอาชญากรรมไฮเทคของอังกฤษจับกุมตัวผู้ดูแลระบบชาวออังกฤษวัย34ปี แกรี่ แมคคินนอน ในข้อกล่าวหาว่า เขาแฮ็กเข้าไปในคอมพิวเตอร์ที่เป็นความลับสุดยอดของเพนตากอนและนาซ่าเป็นระยะเวลานานกว่า13เดือน แมคคินนอนตอบโต้ด้วยการออกแถลงการณ์ว่าเขากำลังค้นหาข้อมูลที่รัฐบาลซุกซ่อนเอาไว้เกี่ยวกับยูเอฟโอและพลังงานทางเลือกแต่เขากล่าวว่าสิ่งที่เขาค้นพบอย่างไม่คาดฝัน

ก็คือหลักฐานปกปิดเรื่องที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าการค้นพบที่น่าทึ่งที่สุดที่แมคคินนินกล่าวว่าเขาค้นพบก็คือแฟ้มข้อมูล

ที่อ้างอิงถึงบางอย่างที่เรียกกันว่าเจ้าพนักงานนอกโลกแมนคินนอนบอกว่าเป็นที่คาดว่าเจ้าหน้าที่เหล่านั้นไปประจำอยู่บนเรือที่มีชื่อเริ่มต้นด้วยUSS ซึ่งย่อมาจาก United States Spaceshipตามความเห็นของแมคคินนอนแล้วเขาค้นพบสิ่งที่เป็นเครื่องพิสูจน์อย่างปราศจากข้องสงสัยว่ามีโครงการอวกาศของกองทัพสหรัฐอาจเป็นความลับอย่างยิ่งยวดที่ดำเนินการควบคู่ไปกับโครงการอวกาศปกติของนาซ่ากองทัพสหรัฐอาจจะมีโครงการอวกาศอันเป็นความลับ

และพวกเขากำลังเตรียมพร้อมสำหรับสงครามอวกาศกับชาติอื่นๆหรือดาวอื่นก็เป็นได้ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของแคนาดา พอล เฮลล์เยอร์ เชื่อว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังปกปิดข้อมูลการติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวของพวกเขาเอาไว้ พอล เฮลล์เยอร์ กล่าวว่า เขามีโอกาสรับรู้เรื่องต่างๆมากมายและบางเรื่ืองนั้นก็น่ากลัวมากสำหรับเขามันน่าตกใจมาก ยูเอฟโอมีอยู่จริง

รัฐบาลสหรัฐเคยติดต่อกับพวกเขามาก่อนด้วยในเดือนกันยายนปี2005 เฮลล์เยอร์ เป็นข่าวพาดหัวด้วยการประกาศว่า ยูเอฟโอนั้นมีอยู่จริง ต่อมาภายหลัง เขายังกล่าวด้วยว่า เผ่าพันธ์ุมนุษย์ต่างดาวที่มาเยือนโลกไม่ได้มีแค่เผ่าพันธุ์เดียว แต่หลายเผ่าพันธุ์คำพูดนี้ ได้รับการยืนยันจากนักบินอวกาศ เอ็ดการ์ มิทเชลล์ มนุษย์คนที่6ที่ได้เดินทางไปบนดวงจันทร์เมื่อนักบินอวกาศ

  เอ็ดการ์ มิทเชลล์ มาเยือนโตรอนโตไม่นานหลังจากที่เฮลล์เยอร์ เป็นข่าว เฮลล์เยอร์ ได้เชิญเขามาทานอาหารเย็นและสิ่งที่เขาถามเฮลล์เยอร์ ก็คือคุณคิดว่าพวกเขามีอยู่กี่เผ่าพันธุ์เฮลล์เยอร์ ตอบไปว่า ระหว่าง2ถึง12เขาตอบกลับมาว่าใช่เฮลล์เยอร์ ตอบไปว่า เขาก็คิดแบบนั้น

สิ่งที่เกิดขึ้นหลายปีระหว่างนั้นคือจำนวนของพวกเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเช่นเดียวกับี่บนโลกมีเผ่าพันธุ์ที่หลากหลายข้างนอกนั่นก็มีด้วยเหมือนกัน เหมือนกับเรามีคนวงในบอกว่าเรมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับมนุษย์ต่างดาวและอารยธรรมนอกโลกต่างๆมากมายตัวอย่างเช่น มนุษย์ต่างดาวสีเทาที่มีอยู่ด้วยกัน2-3เผ่าพันธุ์เรารู้ว่ามีเผ่าพันธุ์ตั๊กแตนแล้วก็สัตว์เลี้อยคลานหลากหลายชนิดทีเดียว