คุณเชื่อเรื่องของมนุษย์ต่างดาวหรือไม่ว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอยู่จริง หลายๆคนอาจจะกำลังลังเลใจอยู่ใช่ไหมว่ามันมีอยู่จริงหรือไม่มีอยู่จริง ถ้าหากไม่อ้างอิงจากหลักฐานหรืออะไรทางวิทยาศาสตร์ คุณว่าอย่างไร จากความเชื่อที่ว่าจักรวาลที่กว้างใหญ่ไพศาลมีระยะทางที่ไม่สิ้นสุดแห่งนี้ จะเชื่อหรือไม่ว่าในดาวดวงอื่นๆที่อยู่ห่างออกไปไกลแสนไกลจะมีสิ่งมีชีวิตที่คล้ายกับมนุษย์โลกอาศัยอยู่

ต้องบอกก่อนว่าโลกเรานั้นอย่างที่ทราบกันดีว่าเกิดมาจากทฤษฎีบิ๊กแบง ที่เกิดจากเศษซากของการระเบิด และเศษเหล่านั้นก็ถูกกระจัดกระจายออกไปทั่วจักรวาลรวมถึงโลกของเราด้วย เพราะเป็นนี้แล้วจึงมีความเป็นไปได้ใช่หรือไม่ว่า เศษซากอื่นๆที่กระจายออกไปทั่วทุกพื้นที่ของจักรวาลจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ เพราะมันมาจากการระเบิดเดียวกัน ก็น่าจะแร่ธาตุที่เหมือนกัน

และในโลกของมนุษย์เราเองนั้นก็ได้มีผู้คนออกมาอ้างว่า ได้พบกับจานบินหรือมนุษย์ต่างดาว และได้ทำการบันทึกเป็นภาพถ่ายและวิดีโอเอาไว้ หลักฐานเหล่านั้นถูกนำมาตรวจสอบในภายหลัง ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่นั้นเป็นของปลอมถูกตัดแต่งขึ้นด้วยโปรแกรม จะมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เป็นภาพจริงไม่ผ่านกันตัดต่อใด แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้อีกเช่นกันเพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าวัตถุที่อยู่ในภาพเหล่านั้นเป็นการจัดฉากขึ้นมาหรือไม่

ในเวลาต่อมาได้ผู้ที่อ้างตัวว่าเคยทำงานร่วมกับมนุษย์ต่างดาวออกมาอธิบายว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นมีอยู่ พร้อมกับยืนยันภาพถ่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกับมนุษย์ต่างดาว ซึ่งเขาได้อธิบายเพิ่มเติมว่า มนุษย์ต่างดาวนั้นได้เข้ามาอาศัยอยู่บนโลกของเราเป็นเวลานานแล้ว ประมาณ 80 ปีได้แล้ว

พวกเขาก็มีรูปร่างลักษณะเหมือนกับมนุษย์โลกทุกๆอย่าง แต่พวกเขาฉลาดมาก และสามารถสื่อสารด้วยโทรจิตได้อีกด้วย ในความเป็นจริงแล้วที่มนุษย์ต่างดาวเดินทางมายังในตอนแรกก็เพื่อศึกษาสิ่งมีชีวิตบนโลกก็เท่านั้น แต่เมื่อเห็นว่าสภาพภูมิอากาศของโลกไม่ได้มีพิษมีภัยแต่อย่างใด พวกเขาจึงได้เริ่มเข้ามาตั้งถิ่นฐาน และกระจัดกระจายอาศัยอยู่ในทั่วทุกมุมของโลก

ถึงอย่างไรแล้วเราก็ไม่สามารถทราบได้ว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ เพราะขนาดองค์กร NASA ก็ไม่ได้ทำการยืนยันว่ามนุษย์ต่างดาวหรือสิ่งมีชีวิตนอกโลกมีอยู่จริงๆ แต่ถึงจะบอกว่าไม่ยืนยัน ก็ไม่ได้ปฏิเสธทฤษฎีเรื่องที่ว่าขนาดดาวโลกเรายังมีสิ่งมีชีวิต แล้วดาวดวงอื่นจะไม่มีสิ่งมีชีวิตเหรอ เชื่อเถอะมนุษย์เราเองก็จะพยายามสร้างและพัฒนาอุปกรณ์ยานพาหนะที่จะสามารถออกไปสำรวจจักรวาลได้ไกลมากขึ้น ถึงตอนนั้นเราก็คงจะทราบกันว่า ข้างนอกโลกที่แสนไกลนั้นมีสิ่งมีชีวิตอื่นอาศัยอยู่หรือไม่

เรื่องของมนุษย์ต่างดาวนั้นมีถูกกล่าวมาเป็นเวลานานมากแล้ว

เพราะได้มีคนเห็นมันจริงๆ จากหลักฐานต่างๆอย่างภาพถ่าย หรือคลิปวิดีโอ ซึ่งหลักฐานเหล่านั้นมีทั้งที่เป็นภาพจริง และไม่ใช่ของจริงที่นำไปผ่านกระบวนการตัดต่อโดยใช้โปรแกรม แต่ถึงอย่างไรนั้นเรื่องมนุษย์ต่างก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ลี้ลับเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ใช่ทุกคนจะได้เห็นสิ่งมีชีวิตที่มาจากนอกโลก จึงทำให้มีทั้งคนที่เชื่อและไม่เชื่อ ได้มีบุคคลปริศนาออกมาเปิดเผยว่า มนุษย์โลกเราไม่ได้เป็นคนที่ค้นพบมนุษย์ต่าง แต่มนุษย์ต่างดาวต่างหากที่เป็นผู้ค้นพบมนุษย์

และได้เดินทางมายังโลกเพื่อทำการติดต่อ ซึ่งสถานที่ที่มนุษย์ต่างดาวได้ไปนั้นก็คือ กองทัพลับของสหรัฐอเมริกา หรือ area51 ในหลายปีก่อนมีผู้คนเห็นจานบินขนาดใหญ่ตกลงมาในพื้นที่นี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่เองก็ได้เดินทางไปตรวจสอบและพบว่าในจานบินนั้นมีสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ แต่มีลักษณะที่คล้ายๆกัน ที่มีความแตกต่างของเรื่องรูปร่างที่ผอมบาง

มีผิวหนังเป็นสีเทา และหัวที่ใหญ่โต เจ้าหน้าที่ได้แจ้งกับผู้คนแถวนั้นว่าห้ามนำเรื่องนี้ไปพูดต่อ ไม่อย่างนั้นแล้วชีวิตเราอาจจะไม่ปลอดภัย ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ก็มีข่าวลือเรื่องนี้ออกมาเหมือนเดิม แต่ก็ไม่สามารถรับรู้ได้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เพราะ area51 นั้นเป็นพื้นที่ลับ ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าเด็ดขาด แม้ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ไม่สามารถเข้าไปได้เช่นเดียวกัน เชื่อกันว่าพื้นที่ของ area51 นี้เป็นพื้นที่ที่เป็นแหล่งพลังงาน ที่ไม่ว่ามนุษย์ต่างดาวจะเดินทางไปลงจอดที่ไหน จะต้องหันกลับมาลงจอดที่นี้เพราะมันสมบูรณ์แบบในการต้อนรับมนุษย์ต่างดาว

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผู้คนที่เดินทางผ่านไปมาในเขตของพื้นที่ area51 เองก็ได้เห็นจานบินอยู่บ่อยครั้ง เพราะมีการเคลื่อนย้ายโดยไม่ปิดบังใด ผู้คนเหล่านั้นจึงมีความเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวอยู่มาก ในส่วนของคนที่ไม่เชื่อก็จะหาสิ่งมาหักล้างประมาณว่า นั้นอาจจะเป็นยานพาหนะรูปแบบใหม่ที่อาจจะนำไม่ใช้ในการรบก็เป็นได้

เพราะถ้าเป็นจานบินจริงทำไมถึงมีการเคลื่อนย้ายที่เปิดเผยให้ผู้เห็นได้ชัดขนาดนี้ ถือว่าเรื่องนี้ยังเป็นปริศนาอยู่ ทราบหรือไม่ว่าในองค์กร NASA ของสหรัฐอเมริกานั้นได้มีคนไทยทำงานอยู่ด้วยนะ จึงทำให้เรื่องนี้ถูกถามกับคนไทยคนนั้น คำถามก็คือ มนุษย์ต่างดาวมีอยู่จริงหรือไม่?

โดยคนทั่วไปแล้วคำตอบที่ได้มักจะตอบว่า มี หรือ ไม่มี แต่คนไทยคนนี้ตอบว่า “ถ้าดาวโลกเรามีสิ่งชีวิต แล้วดาวดวงอื่นจะไม่มีเหรอ” เพราะฉะนั้นแล้วถึงแม้ว่าจะยังไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างแท้จริง แต่ในอนาคตก็อาจจะไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เห็นมนุษย์ต่างดาวตัวจริงก็เป็นไปได้ และอาจจะรู้สาเหตุด้วยว่าทำไมสหรัฐอเมริกาถึงต้องการปิดบังเรื่องนี้

อาจจะดูฟังไม่เข้ากันใช่หรือไม่ว่าทำไมมนุษย์ต่างดาวจะต้องย้อนกลับมาเตือนอะไรมนุษย์โลก มันจะต้องเป็นมนุษย์โลกเองหรือไม่ที่ทำการย้อนเวลากลับมาเตือนมนุษย์ด้วยกันเอง นั้นแหละที่น่าแปลกใจ เพราะได้มีมนุษย์ต่างดาวที่ถูกจับโดยกองทัพสหรัฐอเมริกา

นำมาบันเป็นภาพเคลื่อนไหวด้วยกล้องฟิล์ม เพราะเช่นนี้จึงทำให้เราสามารถเห็นถึงรูปร่างลักษณะของมนุษย์ต่างดาว มนุษย์ต่างดาวนั้นได้มีลักษณะคล้ายมนุษย์ไม่มากเท่าไหร่นัก ซึ่งล้วนมีส่วนประกอบของร่างกกายที่เหมือนกันทุกอย่าง ยกเว้นลักษณะร่างกายที่มีกายที่ผอมแห้งเห็นแต่กระกระดูก มีหัวที่ใหญ่มากและใหญ่เกินไป วงดาวไม่มีส่วนที่เป็นสีขาวเลยสักนิด ซึ่งภายในคลิปนั้นได้มีการถามตอบันถึงเรื่องในอนาคต

อันที่จริงแล้วจุดประสงค์ของมนุษย์ต่างดาวที่ต้องกลับมาเยือนโลกนั้น

เพียงต้องการมาสำรวจไม่ต้องการมาเตือนถึงเรื่องอนาคตแต่อย่างใดเลย มนุษย์ต่างดาวบอกกับเราว่าเขานั้นไม่ได้มาจากดาวดวงไหน แต่มาจากโลกใบเดียวกันกับมนุษย์ ซึ่งพวกเขานั้นเป็นสปีชีส์ใหม่ที่วิวัฒนาการมาจากมนุษย์อีกที ซึ่งมนุษย์สปีชีส์ในปัจจุบันที่โลกอนาคตนั้นได้สูญพันธุ์ไปแล้ว มนุษย์ต่างดาวได้บอกถึงสาเหตุที่มนุษย์ในยุคจะสูญพันธุ์อีกด้วยว่า จะเกิดโรคระบาด สงครามนิวเคลียส และที่แรกที่จะเกิดสงครามนิวเคลียสนั้นก็คือประเทศสหรัฐอเมริกานั้น

ผู้ควบคุมที่อยู่การบันทึกเทปในครั้งนี้ต่างก็พากันไม่เชื่อ เพราะมันจะเป็นไปได้อย่างไร ทางผู้ควบคุมได้ตั้งคำถามถามมนุษย์ต่างดาวเพิ่มอีกว่า แล้วสงครามนิวเคลียสจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เขาตอบว่าเขาไม่สามารถตอบคำถามนี้เพราะนั้นจะทำให้อนาคตถูกเปลี่ยน

ซึ่งมันไม่มีความเป็นไปได้ แน่นอนว่าทางผู้ควบคุมไม่ลดละ พยายามที่หาคำตอบจากมนุษย์ตนนี้ให้มากนี้สุด ไม่อย่างนั้นเขาจะทำการลงโทษมนุษย์ต่างดาว แบะในท้ายที่สุดมนุษย์ต่างดาวจึงยอมต้องยอมตอบ สงครามระเบิดนิวเคลียสนั้นจะเริ่มตั้งแต่ปี2015 ซึ่งมันอาจจะไม่ได้หายถึงโจมตีทั้งหมด แต่หมายถึงเริ่มมีการวางแผน การสร้างระเบิด เตรียมพร้อมไว้แล้วเสมอ ซึ่งมนุษย์ต่างดาวนั้นยังได้บอกเพิ่มเติมอีกว่า จะมีผู้ชายหนึ่งคนที่จะขึ้นมาควบประเทศ เป็นแกนนำชักจูงคนให้ทำสงคราม ซึ่งเป็นคนที่จะทำลายล้างโลก แต่ในโลกปัจจุบันของเขาที่มาจากอนาคต

ได้ทำการลบประวัติข้อมูลของชายผู้ที่ทำลายโลกออกไปแล้ว เจ้าหน้าที่ควบคุมจึงได้ถามต่อว่า เด็กผู้ชายคนนั้น เกิดหรือยัง? มนุษย์ต่างดาวบอกว่า ผู้ชายคนนั้น ได้ถือกำเนิดขึ้นบนโลกนี้ ทางผู้ควบคุมจึงถามถึงวิธีจัดการว่าควรทำอย่างไร ซึ่งมนุษย์ต่างดาวได้ทิ้งท้ายไว้ คุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรในอดีตได้หรอก

เพราะอนาคตมันเกิดขึ้นไปแล้ว สิ่งเหล่านี้อาจจะดูฟังเหลือเชื่อ แต่ตราบใดที่จักรวาลนี้กว้างใหญ่เป็นระยะอนันต์ นั้นก็หมายความว่าอาจจะมีดาวดวงอื่นที่เหมือนโลกและมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ หรือแท้จริงแล้วมนุษย์ต่างดาวคือมนุษย์เราที่กลายพันธุ์ให้เขากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปกันแน่ หากใครสงสัยสามารถไปดูคลิปบันทึกลับเหล่านี้กันได้นะ

เมื่อไม่กี่วันมานี้ทาง NASA (The National Aeronautics and Space Administration)

หรือในชื่อภาษาไทยคือ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ได้ออกมารายงานข่าวให้ทราบว่า จะเกิดเหตุการณ์ดวงอาทิตย์ดับ และทำให้เกิดยุคน้ำแข็งน้อยที่กินระยะเวลานานกว่า 30 ปี ก็คือจากปัจจุบันถึงปีค.ศ.2053 ในความของ ดวงอาทิตย์ดับ นั้นหลายคนคงจะกำลังสงสัยกันเป็นอย่างมากแน่นอนว่าคืออะไร คือการที่ดวงอาทิตย์หมดความร้อนหรือไม่

ดวงอาทิตย์ไม่ให้แสงสว่างแล้วใช่หรือไม่ ซึ่งในความหมายของคำว่าดวงอาทิตย์ดับจากทฤษฎีทั้งหมดนั้นไม่ได้หมายถึง การที่ดวงอาทิตย์หมดความร้อนหรือดับไม่มีแสงสว่าง แต่หมายถึงการที่ดวงอาทิตย์มีพลังงานความร้อนที่ต่ำลง

ซึงในตอนนี้ก็เป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์เริ่มเข้าสู่ช่วงดวงอาทิตย์ดับแล้ว การที่พลังงานความร้อนของดวงอาทิตย์นั้นต่ำลงให้อุณหภูมิบนโลกนั้นต่ำลงหรือที่ว่าโลกจะเย็นขึ้นนั้นเอง ซึ่งในบางพื้นที่ที่อยู่ในเขตหนาวอยู่อาจจะเป็นมีอุณหภูมิ -50 องศาเซลเซียสเลยก็ว่าได้ ยังมีข้อสงสัยที่ว่าการที่ดวงอาทิตย์ดับนั้นจะเป็นอย่างไรต่อบ้าง

ต้องมองเลยปกตินั้นเราจะไม่สามารถลืมตาแล้วเงยหน้าบอกแสงจากดวงอาทิตย์ได้โดยตรง เพราะรังสีจากดวงอาทิตย์นั้นสามารถที่จะทำลายล้างตาของเราให้บอดได้ แต่เมื่อเกิดปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ดับแล้วเราจะสามารถบอกดวงอาทิตย์ได้ตาเปล่าของเราได้อย่างสบายเลย โดยปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ดับนี้ก่อให้เกิด ยุคน้ำแข็งน้อยขึ้นมานั้น คือสิ่งที่ได้กล่าว่า โลกเราจะมีความเย็นมากขึ้นนั้นเอง ถ้าจะมองว่าเป็นข้อดีก็ได้เพราะโลกเรานั้นเผชิญกับความร้อนมานานแล้ว แต่ถ้าหากให้พูดถึงข้อเสียแล้วล่ะก็มีอยู่มากอีกเช่นเดียวกัน

นั้นหมายถึงว่าโลกเราจะมีความแห้งชื้นเพิ่มมากขึ้น ฤดูกาลจะมีการเปลี่ยนแปลง ระยะเวลาของฤดูร้อนน้อยลง ฤดูฝนก็จะตกน้อยหรือไม่ตกเลย ทำให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติได้ง่ายอย่าง ไฟไหม้ป่า แผ่นดินไหว เป็นต้น ผลกระทบเหล่านี้จะเกิดขึ้นไปทั่วโลก หากแต่ก็ยังมีการถกเถียงกันว่า โลกเราก็ยังร้อนเหมือนเดิมนั้นแหละ เพราะภาวะโลกร้อนนั้นส่วนใหญ่มันเกิดจากการกระทำของมนุษย์ทั้งหลายที่ไปทำลายชั้นบรรยากาศของโลก

แต่ถึงอย่างนั้นก็มีคนออกมากล่าวว่า การที่เกิดปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ดับมันจะสามารถมาหักล้างกับภาวะโลกร้อนได้ ซึ่งพื้นที่ไหนที่ร้อนมากๆอยู่แล้ว อาจจะยังคงร้อน แต่ไม่เหมือนเดิม ซึ่งอาจจะมีความเย็นลงในอุณหภูมิที่ปกติทั่วไปก็เป็นไป ถึงอย่างไรแล้วนั้นก็คอยเฝ้าสังเกตการณ์กันดีกว่า เพราะตอนนี้ก็ยังเห็นไม่ชัดเจนมากหนักถึงแม้ว่านาซ่าจะแจ้งออกมาว่าเริ่มเข้าสู่ช่วงของ ดวงอาทิตย์ดับ แล้วก็ตาม