การทำนาย คือการคาดคะเนสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น หรือเรื่องราวในอนาคต ตามหลักของทางวิทยาศาสตร์แล้วการทำนายเป็นเพียงแค่การตั้งสมมติฐานเท่านั้น ซึ่งจะต้องใช้วิจารณญาณในวิเคราะห์ และไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน และไม่ควรนำมาเป็นความเชื่อทั้งหมด

เพราะมันสามารถหาสิ่งมาขัดแย้งได้อยู่เสมอ เชื่อว่าการทำนายก็ไม่ได้แตกต่างไปจากทฤษฎีเสียเท่าไหร่ นั้นเป็นเพราะว่าทฤษฎีเองก็เป็นเพียงแนวความคิดที่มีความเป็นไปได้มากกว่า แต่ก็ยังหาข้อพิสูจน์ไม่ได้ทั้งหมดก็เท่านั้น ถ้าอยากจะเปลี่ยนทฤษฎีให้เป็นเรื่องจริงนั้น

ก็จะต้องทำการสืบค้นและทดลองจนเกิดผลพิสูจน์ที่สามารถสรุปผลได้อย่างแน่ชัด เช่นเดียวกันกับเรื่องที่จะมาอธิบายในบทความนี้เรื่องของ แผ่นดินไหว เหตุการณ์แผ่นดินไหวถือว่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ไม่อาจฝ่าฝืนได้ หากโลกปัจจุบันไม่มีสิ่งมีชีวิตเหตุการณ์ก็คงไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมาก แต่ไม่ใช่เพราะปัจจุบันมีสิ่งมีชีวิตอย่างมนุษย์และสัตว์อาศัยอยู่

การเกิดแผ่นดินไหวจึงก่อให้เกิดความเสียของทรัพย์สินและถึงชีวิตของสิ่งมีชีวิตได้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เมื่อในยุคแรกเริ่มที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาขึ้น จึงได้มีการสร้างเทคโนโลยีที่จะช่วยในการทำนายความน่าจะเป็นของการเกิดแผ่นดินไหว

ซึ่งมันเป็นเพียงแค่การคะเนการเกิดขึ้นเท่านั้น ไม่สามารถที่จะบอกได้อย่างชัดเจนว่าจะเกิดช่วงไหน เวลาไหน มีความรุนแรง และอันตรายมากแค่ไหน มีความคล้ายกับการพยากรณ์ที่ไม่ถูกต้องเสมอไป และได้ทำการทดลองทำนายการเกิดแผ่นดินไหวจากนักธรณีวิทยาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญหลายคนมาทำการทำนายการเกิดแผ่นดินไหว

ได้ผลสรุปออกมาว่าจะเกิดแผ่นดินไหวในปีค.ศ.1994 ที่แคลิฟอร์เนีย แต่เมื่อถึงปีที่นักธรณีได้ทำนายเอาไว้นั้นดันไม่เกิดขึ้น แต่กลับไปเกิดขึ้นในปีค.ศ.2004 แทน จึงทำให้ไม่สามารถควบคุมและรับมือได้อย่างทันทีจนเกิดความเสียเป็นอย่างมาก สถานที่ที่มักจะเกิดแผ่นดินไหวบนโลกเรานั้นได้แก่ ญี่ปุ่น จีน สหรัฐอเมริกา ซึ่งกลุ่มประเทศที่มักจะเกิดแผ่นดินไหวบ่อยนั้น

ก็ได้พยายามที่พัฒนาสิ่งที่มาทำนายและคาดการณ์เกิดแผ่นดินให้ได้อย่างแม่นยำมากที่สุด เพราะอย่างนั้นแล้วมนุษย์เราและสิ่งมีชีวิตอื่นๆอาจจะได้รับความเดือดร้อนถึงขั้นเสียชีวิต และเหตุการณ์ทางทำธรรมชาติเช่นนี้จัดอยู่ในเหตุการณ์ที่อาจจะทำให้มนุษย์ชาตินั้นสูญพันธุ์ได้ ปัจจุบันเองนั้นไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถบอกความแม่นยำของการเกิดแผ่นดินไหวได้

มากที่สุดคือการบอกความใกล้เท่านั้น ซึ่งถือได้ว่าในวงการวิทยาศาสตร์เองก็ไม่สามารถหาคำตอบของการเกิดแผ่นดินที่จะเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน ว่ามันมีอะไรที่ทำให้เกิดขึ้นในระยะไหนบ้าง และจะเริ่มและหยุดมันอย่างไร หรือไม่สามารถทำได้เลย ทั้งนี้เราอาจจะต้องรอให้เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ก้าวหน้ามากกว่านี้ ถึงจะสามารถคาดการณ์การเกิดภัยธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหวนี้ได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   ดูบอล

มนุษย์คนแรกของโลกคือใคร? มนุษย์เกิดจากอะไร? มนุษย์มาจากไหน? และคำถามอีกมากมายสำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับมนุษย์โลก เชื่อเลยว่าหลายคนคนคงจะมีความสงสัยเหมือนกันใช่ไหมว่า มนุษย์เกิดขึ้นได้อย่างไร? ถ้าหากให้พูดตามหลักของทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์แล้วนั้น

ซึ่งถือว่าแนวความคิดนี้ได้รับการยอมรับเป็นอย่างมากมาเป็นเวลานาน ก็คือ มนุษย์เกิดมาจากลิง เป็นลิงซิมแปนซีที่ได้วิวัฒนาการกลายมาเป็นมนุษย์ ที่เป็นแช่นนั้นเพราะว่าได้มีการขุดเจอฟอสซิลที่ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นลิงซิมแปนซีที่มีโครงกระดูกทุกอย่างคล้ายกับมนุษย์

และจากการสังเกตแล้วพบว่าลิงซิมแปนซีในปัจจุบันนั้นก็มีความคล้ายคลึงกับมนุษย์หลายๆอย่าง มีรูปร่างลักษณะที่เหมือนกัน และยังสามารถเดินด้วยขาสองข้างได้อีกเช่นเดียวกัน รวมไปถึงโครงกระดูกส่วนต่างๆ ทั้งหมด จึงทำให้ทฤษฎีถูกเผยแพร่กันมากขึ้นและเมื่อเปรียบเทียบอย่างนั้นแล้ว

หลายคนจึงมีความเชื่อเช่นเดียวกัน แต่วิทยาศาสตร์นั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าหากเรานั้นไม่สังเกตหรือสงสัย ไม่ใช่แค่นักวิทยาศาสตร์หรอก คนทั่วไปก็สงสัยได้ กับเรื่องของต้นกำเนิดของมนุษย์ ถ้าหากว่ามนุษย์มีวิวัฒนาการมาจากลิงจริงๆ แล้วลิงเกิดมาจากอะไร

แน่นอนว่าเรามักจะมีความที่ว่า สิ่งใดๆที่เกิดขึ้นมันจะเกิดจากความไม่มีไม่ได้ นั้นจึงเป็นที่มาของคำถามเหล่านี้ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เองก็ยังไม่สามารถหาคำตอบของคำถามนี้ได้ว่าต้นกำเนิดแรกเริ่มของมนุษย์นั้นเกิดมาจากสิ่งใดกันแน่

ในเวลาต่อมานั้นก็ได้มีทฤษฎีต่างๆที่เกี่ยวข้องว่าจะเป็นต้นกำเนิดการเกิดมนุษย์ อย่างเช่น ทฤษฎีมนุษย์เกิดมาจากปลา เพราะตอนมนุษย์อยู่ในครรภ์จะมีลักษณะเหมือนปลา ตาสองข้างอยู่คนละฝั่งเหมือนกับปลา จนคอยๆเลื่อนมาอยู่ด้านหน้า นิ้วมือยังไม่มีการแยกออกจากกัน โดยมีเนื้อเยื่อบางเชื่อมกันเอาเหมือนคีบปลา ขาสองข้างที่เปรียบเสมือนหางของปลา

เราจะเห็นได้ว่าปลานั้นมีหลากหลายสายพันธุ์ ที่มีหางแบบกลีบเดียว และแยกออกเป็นสองกลีบ ซึ่งได้สันนิฐานว่ามนุษย์น่าจะมีวิวัฒนาการมาจากปลาสายพันธุ์ที่มีสองกลีบ ถึงอย่างนั้นก็จะมีคำถามย้อนกลับไปอีกว่าปลานั้นเกิดมาจากอะไร ทฤษฎีต่อจากนั้นก็คือ เซลล์ ที่ได้เจอกับน้ำ แสงแดด

และปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม ทำให้เซลล์เจริญเติบโตกลายเป็นปลา ในเวลาต่อมาจึงเริ่มมีวิวัฒนาการเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน จนกลายเป็นสัตว์บนบกอย่างสมบูรณ์ และมีการวิวัฒนาการมาอย่างเรื่อยๆ

ในความเป็นจริงทฤษฎีการเกิดของมนุษย์บนโลกนี้มีหลากหลายทฤษฎี หลากหลายความเชื่อก็ว่าได้ เพราะก็ยังถือว่าเป็นเรื่องที่ยังไม่สามารถพิสูจน์และให้คำตอบได้อย่างแน่ชัด แต่ถึงอย่างนั้นนักวิทยาศาสตร์เองก็ยังคงทำการศึกษาเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา และเป็นไปได้ว่าในอนาคตเราอาจจะทราบความจริงที่ว่า บรรพบุรุษของเรานั้นเป็นใครกันแน่ก็ได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   สล็อต ยิงปลา ฝากขั้น ต่ํา 100

มนุษย์คนแรกของโลกเกิดมาจากอะไร? คุณทราบหรือไม่? เชื่อเถอะว่าจะมีคนที่ให้ตอบหลากหลายแบบมาก ซึ่งคงจะหนีไม่พ้นเรื่องที่ว่ามนุษย์คนแรกคือ มนุษย์ที่มีวิวัฒนาการมาจากลิง เพราะเหตุใดเล่าทำไมถึงคิดว่าเป็นเช่นนั้น

นั้นเป็นเพราะว่าลิงเป็นสัตว์ที่มีอวัยวะเหมือนกับมนุษย์นั้นเอง แล้วถ้าเป็นอย่างสัตว์บางชนิดเองก็มีอวัยวะที่มีเหมือนกับที่มนุษย์มีนะอย่างเช่น ตา หู จมูก ปาก สัตว์ 4 เท้า ก็เปรียบเทียบกับมนุษย์ได้ที่เท้า 2 ข้าง แขน 2 ข้าง ถ้ามองในแง่ก็คงสงสัยเช่นเดียวกัน

แต่เพราะสัญชาตญาณของมนุษย์กับลิงนั้นคล้ายกัน และลิงเองก็สามารถเดินด้วยขา 2 ข้างได้อย่างมนุษย์อีกด้วย และในส่วนของโครงสร้างอย่างหัวกะโหลก กระดูกนั้นก็มีโครงสร้างที่คล้ายๆกัน จึงมีความเชื่อที่ว่ามนุษย์มีวิวัฒนาการมาจากลิงนั้นเอง

แต่แล้วก็เกิดข้อถกเถียงกันในกลุ่มคนทั่วไปเองที่ศึกษาเรื่องชีวประวัติ และมีความสนใจในเรื่องวิทยาศาสตร์ด้านพันธุศาสตร์นี้ ซึ่งหลายคนเองได้ออกมาบอกว่า แท้จริงแล้วนั้นโลกเราไม่ได้มีมนุษย์คนแรก เพราะมนุษย์เราเกิดขึ้นจากการวิวัฒนาการ

และสิ่งตั้งต้นก็คือ เซลล์ ที่เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเหมือนเจอกับน้ำ แสงแดด และทรัพยากรทางธรรมชาติ จนเซลล์ในวิวัฒนาการกลายมาเป็นปลา ในเวลาต่อมาก็ได้มีวิวัฒนาการมาเป็นสัตว์เลื้อยคลาน เป็นสัตว์ครึ่งบนครึ่งน้ำ

จนในที่สุดก็กลายมาเป็นลิงสายพันธุ์ที่ไม่หาง หากจะบอกว่าลิงทำการสืบพันธุ์กับสัตว์สายพันธุ์อื่นจนกลายเป็นมนุษย์นั้นไม่สามารถเป็นไปได้ ตามหลักการทดลองแล้วสัตว์ไม่สามารถสืบพันธุ์กับสัตว์ชนิดอื่นได้ถ้าไม่ใช่สายพันธุ์มันเอง ซึ่งในเวลาต่อมานั้นเองเราได้มีการวิวัฒนาการมาจากลิงพวกนั้นอีกโดยอาศัยปัจจัยต่างๆที่นำมาวิเคราะห์อย่างเช่น อาหาร สิ่งแวดล้อม

จึงเป็นสิ่งที่ใครหลายคนบอกว่า ไม่มีมนุษย์คนแรกของโลก เพราะมนุษย์ก็เกิดมาจากการวิวัฒนาการ ที่ในความเป็นจริงแล้วนั้นเราแถบไม่สามารถค้นหาความจริงได้เลยว่า มนุษย์เกิดมาจากอะไร เกิดมาจากเซลล์จริงๆหรือไม่ ซึ่งได้มีคำถามย้อนกลับมาว่า แล้วทำไมลิงในปัจจุบันถึงไม่วิวัฒนาการต่อให้เป็นมนุษย์ล่ะ

ซึ่งจากคำถามนี้จึงมีคนอธิบายว่า มนุษย์และลิงนั้นมีบรรพบุรุษคือสิ่งเดียวกันก็จริง แต่อาจจะเป็นไปได้ว่าระบบการทำงานของสมองนั้นมีความแตกต่างกัน ในกลุ่มของลิงที่ได้มีพัฒนาการทางสมองจะใช้ชีวิตแบบสัตว์ แต่ในอีกกลุ่มคือพวกที่มีพัฒนาการทางสมอง สามารถมีความคิด คิดค้น ค้นหา สร้างขึ้น ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้มีความต้องการในแบบเดียวกัน

และสืบพันธุ์กันเพื่อให้มีลูกหลานสืบไป แต่ถึงอย่างไรนั้นเรื่องนี้ก็เป็นได้เพียงแนวคิดเท่านั้น สุดท้ายแล้วก็ยังไม่มีอะไรข้อเท็จจริงใดๆมาหักล้าง แต่ในอนาคตที่เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ก้าวหน้ามากขึ้น เราอาจจะทราบกันก็ได้ว่า มนุษย์เรานั้นเกิดมาจากอะไรกันแน่

 

ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

จากคำทายทั้งทางจิตวิทยาและทางวิทยาศาสตร์หลายๆแขนงที่ได้มีแนวคิดออกมาคล้ายๆกันว่า ในอนาคตโลกของเรานั้นจะไม่สามารถอยู่ได้ หรืออีกหนึ่งสาเหตุก็คือการที่โลกดับ

 

เพราะโลกนั้นถูกสร้างขึ้นมาจากองค์ประกอบหลายอย่างทั้งน้ำ สภาพอากาศ แร่ธาตุต่างๆ ที่ก่อตัวทำให้โลกเกิดขึ้น ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญที่จะทำให้มนุษย์นั้นสามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ต่อไปได้ เมื่อทราบอย่างนั้นแล้วทางนักวิทยาศาสตร์เองก็ทำงานวิจัยทรัพยากรเหล่านี้อย่างละเอียด ถึงแม้ว่าความเป็นไปได้อาจจะสามารถเกิดขึ้นได้

และไม่เกิดขึ้นก็คือ โลกเราจะสูญเสียทรัพยากรเหล่านี้ไป ซึ่งเราเองก็จะสามารถสังเกตได้จากรอบตัวอย่าง สภาพอากาศ เนื่องจากในปัจจุบันโลกเรานั้นมีการก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น และการใช้รถจักรยานยนต์ รถยนต์ ที่สร้างควันพิษเพิ่มมากขึ้น สารพิษเหล่านี้จะทำการกระจายตัวและลอยอยู่ในอากาศที่เราสามารถสูดดมเข้าสู่ร่างกายได้

และนอกจากนี้ถ้าหากมีปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นก็จะอาจจะสามารถที่ทำให้ลอยขึ้นไปถึงชั้นบรรยากาศที่ปกคลุมโลกได้ ซึ่งจะเป็นการทำลายชั้นบรรยากาศและส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมภายในโลกหลายๆอย่าง อีกหนึ่งสิ่งก็คือแร่ธาตุ ที่อาศัยอยู่ทั่วทุกพื้นที่ของโลกใบนี้

แร่ธาตุของโลกก็ไม่ได้ต่างกับแร่ธาตุที่อยู่ในร่างกายของมนุษย์เราเลย ร่างกายของมนุษย์เรานั้นต้องการแร่ธาตุเข้าไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของระบบอวัยวะต่างๆ เช่นเดียวกับโลกที่จะขาดแร่ธาตุไม่ได้ เพราะแร่ธาตุจะนำไปล่อเลี่ยงทรัพยากรต่างๆ

ภายในโลกให้ทำงาน และในปัจจุบันได้มีกลุ่มคนเริ่มขุดเจาะหาแร่ธาตุนำมาใช้ในงานต่างๆ ซึ่งทำให้มีการตรวจสอบได้ว่า แร่ธาตุบางชนิดที่อยู่บนโลกได้มีปริมาณที่ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ซึ่งได้มีการวิจัยออกมาว่าถ้าหากโลกเรานั้นไม่มีแร่ธาตุลงเหลืออยู่เลย

สภาพแวดล้อม ธรรมชาติ หรือสิ่งมีชีวิตจะไม่สามารถอาศัยอยู่บนโลกใบนี้ได้อีกต่อไป และในตอนนี้ก็ยังไม่สามารถหาทรัพยากรอะไรที่จำนำมาทดแทนได้ และสิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นตามมานั้นก็คือ ภัยจากธรรมชาติอย่าง อุทกภัย แน่นอนว่าน้ำเป็นทรัพยากรหนึ่งของโลก แต่ถ้าหากขาดการควบคุมจากแหล่งของแร่ธาตุและสภาพอากาศจะทำให้โลกมีความแปรปรวน

จึงเป็นที่มาดังคำทำนายว่า ก่อนที่โลกจะดับหรือหมดอายุไขของมัน น้ำจะทำการท่วมโลก พื้นแผ่นดินจะหายและจมลงใต้หมด ทั้งโลกจะมีเพียงแค่น้ำเท่านั้น และอาจจะต้องรอเวลาอีกหลายล้านปีเลยก็เป็นได้ ที่น้ำจะลดลงและเผยให้เห็นพื้นแผ่นอีกครั้ง แต่ถึงเป็นเช่นนั้นก็คงไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆเหลือรอดอยู่เป็นแน่

 

สนับสนุนโดย   จีคลับคาสิโนออนไลน์