ดวงอาทิตย์ดับ เกิดยุคน้ำแข็งน้อยนานกว่า 30 ปี

เมื่อไม่กี่วันมานี้ทาง NASA (The National Aeronautics and Space Administration)

หรือในชื่อภาษาไทยคือ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ได้ออกมารายงานข่าวให้ทราบว่า จะเกิดเหตุการณ์ดวงอาทิตย์ดับ และทำให้เกิดยุคน้ำแข็งน้อยที่กินระยะเวลานานกว่า 30 ปี ก็คือจากปัจจุบันถึงปีค.ศ.2053 ในความของ ดวงอาทิตย์ดับ นั้นหลายคนคงจะกำลังสงสัยกันเป็นอย่างมากแน่นอนว่าคืออะไร คือการที่ดวงอาทิตย์หมดความร้อนหรือไม่

ดวงอาทิตย์ไม่ให้แสงสว่างแล้วใช่หรือไม่ ซึ่งในความหมายของคำว่าดวงอาทิตย์ดับจากทฤษฎีทั้งหมดนั้นไม่ได้หมายถึง การที่ดวงอาทิตย์หมดความร้อนหรือดับไม่มีแสงสว่าง แต่หมายถึงการที่ดวงอาทิตย์มีพลังงานความร้อนที่ต่ำลง

ซึงในตอนนี้ก็เป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์เริ่มเข้าสู่ช่วงดวงอาทิตย์ดับแล้ว การที่พลังงานความร้อนของดวงอาทิตย์นั้นต่ำลงให้อุณหภูมิบนโลกนั้นต่ำลงหรือที่ว่าโลกจะเย็นขึ้นนั้นเอง ซึ่งในบางพื้นที่ที่อยู่ในเขตหนาวอยู่อาจจะเป็นมีอุณหภูมิ -50 องศาเซลเซียสเลยก็ว่าได้ ยังมีข้อสงสัยที่ว่าการที่ดวงอาทิตย์ดับนั้นจะเป็นอย่างไรต่อบ้าง

ต้องมองเลยปกตินั้นเราจะไม่สามารถลืมตาแล้วเงยหน้าบอกแสงจากดวงอาทิตย์ได้โดยตรง เพราะรังสีจากดวงอาทิตย์นั้นสามารถที่จะทำลายล้างตาของเราให้บอดได้ แต่เมื่อเกิดปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ดับแล้วเราจะสามารถบอกดวงอาทิตย์ได้ตาเปล่าของเราได้อย่างสบายเลย โดยปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ดับนี้ก่อให้เกิด ยุคน้ำแข็งน้อยขึ้นมานั้น คือสิ่งที่ได้กล่าว่า โลกเราจะมีความเย็นมากขึ้นนั้นเอง ถ้าจะมองว่าเป็นข้อดีก็ได้เพราะโลกเรานั้นเผชิญกับความร้อนมานานแล้ว แต่ถ้าหากให้พูดถึงข้อเสียแล้วล่ะก็มีอยู่มากอีกเช่นเดียวกัน

นั้นหมายถึงว่าโลกเราจะมีความแห้งชื้นเพิ่มมากขึ้น ฤดูกาลจะมีการเปลี่ยนแปลง ระยะเวลาของฤดูร้อนน้อยลง ฤดูฝนก็จะตกน้อยหรือไม่ตกเลย ทำให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติได้ง่ายอย่าง ไฟไหม้ป่า แผ่นดินไหว เป็นต้น ผลกระทบเหล่านี้จะเกิดขึ้นไปทั่วโลก หากแต่ก็ยังมีการถกเถียงกันว่า โลกเราก็ยังร้อนเหมือนเดิมนั้นแหละ เพราะภาวะโลกร้อนนั้นส่วนใหญ่มันเกิดจากการกระทำของมนุษย์ทั้งหลายที่ไปทำลายชั้นบรรยากาศของโลก

แต่ถึงอย่างนั้นก็มีคนออกมากล่าวว่า การที่เกิดปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ดับมันจะสามารถมาหักล้างกับภาวะโลกร้อนได้ ซึ่งพื้นที่ไหนที่ร้อนมากๆอยู่แล้ว อาจจะยังคงร้อน แต่ไม่เหมือนเดิม ซึ่งอาจจะมีความเย็นลงในอุณหภูมิที่ปกติทั่วไปก็เป็นไป ถึงอย่างไรแล้วนั้นก็คอยเฝ้าสังเกตการณ์กันดีกว่า เพราะตอนนี้ก็ยังเห็นไม่ชัดเจนมากหนักถึงแม้ว่านาซ่าจะแจ้งออกมาว่าเริ่มเข้าสู่ช่วงของ ดวงอาทิตย์ดับ แล้วก็ตาม