อาหารนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นเอามาก ๆ สำหรับมนุษย์ที่ต้องการพลังงานในการดำเนิดชีวิต อาหารนั้น    มีอยู่หลายประเภทด้วยกัน แล้วแต่ว่าแต่ละคนนั้นชอบแบบไหน อาหารประเภทเส้นคงจะเป็นอะไรที่คนส่วนใหญ่ชอบกับ อย่างที่คนไทยยคุ้นเคยก็จะเป็นก๋วนเตี๋ยว ผัดไทย

และอีกมากมายหลายเมนู แล้วก็อาหารประเภทเส้นที่เป็นของต่างชาติละมีไหม แน่นอนว่าต้องมีอยู่แล้ว ถ้าเป็นอาหารออกฝรั่งๆ หน่อย ก็ต้องเมนูนี้เลย พาสต้านั้นเองแล้วพาสต้าที่ว่านี้มันจะมาเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่เรานั้นกำลังจะไปพูดถึงกัน ก็ต้องลองติดตามดู

 

 

ในส่วนของเรื่องที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้ก็คือ นิวเคลียร์ พาสต้า อย่างไรก็ตามทุกคนอย่างพึ่งเข้าในผิดว่าพาสต้าเป็นอาหารแล้ว  มาเกี่ยวอะไรกับนิวเคลียร์ได้ แน่นอนว่ามันจะต้องเกี่ยวกันแน่ เพราะถ้าไม่เกี่ยวข้องกันเราคงจะไม่หยับเอามาพูด

แล้วพาสต้าที่ว่านี้ได้อยู่นอกโลกด้วยหรอ  แล้วมันจะอร่อยเหมือนกับที่เรากินในร้านหรือเปล่า   รับรองได้เลยว่าพาสต้าที่ว่านี้คงจะไม่มีใครกล้ารีวิวเป็นแน่ เพราะเจ้านี้นั้นมัน      ก็คือวัตถุมวลหนาแน่นที่มันหลงเหลือ

  มาจากการตายของดาวฤกษ์ไซต์บิ๊ก แต่ใหญ่ไม่พอที่มันจะสามารถกลายเป็นหลุมดำได้ มันถูกแรงโน้มถ่วงมหาศาลค่อย ๆ บีบอัด โปรตรอน และอิเล็กตอนเข้าด้วยกัน จนที่กระทั้งทำให้มันเหลือแต่แกนกลาง ขนาดที่แน่นเอามาก ๆ

และมันยังเป็นดาวนิวตรอนอีกด้วย แต่สาเหตุที่เราไม่เรียกชื่อนี้ก็เพราะว่าโครงสร้างของมันแต่ต่างกัน โดยที่มันเกิดจากการสร้างนิวเคลียร์ของอะตอมที่ถูกดึงให้เข้าใกล้จุดศูนย์กลาง ถูกบีบอัดจนมีรูปร่างที่บิดเบี้ยว  มีรูปร่างที่คล้านพาสต้าแบบต่าง สปาเก็ตตี้

หรืออาจจะมีลักษณะที่แบนคล้ายกับแผ่นลาซานญ่าก็ได้  นอกจากนี้เจ้านิวเคลียร์พาสต้าที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้มันยังมีความแกร่งมาก ว่ากันว่าหากจะต้องทำลายมันลงแล้วละก็ จะต้องใช้แรงมากกว่าที่ใช้ทำลายเหล็กทั่ว ๆ ไป มากกว่าถึง 10,000 ล้านเท่ากันเลยทีเดียว

วาแต่ที่เรียกพาสต้าแบบนี้ สงสัยคนที่เป็นคนทั้งชื่อให้กับมันในตอนนั้นคงจะกำลังหิวอยู่แน่ๆ เลยและเมนูที่เขากำลังคิดถึงในตอนนั้นก็คงจะเป็นพาสต้าด้วยเช่นกัน มันอาจจะฟังดูแล้วมัรค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ แต่ชื่อพาสต้าที่ว่าก็เป็นเอกลักษณ์ของมันเหมือนกันคุณว่าหรือเปล่า แต่สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม 

ไม่ว่ามันจะชื่อพาสต้าหรือไม่  แต่สำหรับในการค้นพบในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีอีกเรื่องเพราะมันจะได้เป็นการพิสูนจ์ว่ามนุษย์อย่างเราๆ นี้ได้ก้าวหน้าไปอีกขั้นแล้ว เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเรื่อง      ที่เกิดขึ้นในอวกาศนั้นยังมีอยู่อีกมากมาย ไม่ใช่แค่มีเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น แต่มันยังมีอีกมากมายที่คุณเองอาจจะสนใจ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย     ีดฟิำะ

อย่างที่เรานั้นเองก็รู้ๆ ดีว่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่เกิดมาบนโลกในปัจจุบันนี้ที่เราได้เห็นกันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตในยุคแรกเริ่มตั้งแต่ที่โลกของเราได้ก่อตัวขึ้นมา  แน่นอนว่าหลายๆ คนก็ไม่รู้เช่นเดียวกันว่าสิ่งมีชีวิตในยุคแรกเริ่มของโลกของเรานั้น  มีหน้าตาเป็นอย่างไร

แล้วสิ่งมีชิวตเหล่านั้นทำไมถึงได้มีการศูนย์พันธุ์ไป แน่นอนว่าคำถามเหล่านี้จะต้องเคยเเกิดขึ้นมา  ในหัวของพวกคุณอย่างแน่นอน แต่ถ้าจะพูดเรื่องนี้กันมันก้คงจะเป็นหัวข้อที่ง่ายเกินไป แต่เราอยากจะให้พวกคุณลองไปศึกษาดูว่าสิ่งมีชีวิตในยุคแรกเริ่มของโลกเรานั้นเป็นอย่างไร

ส่วนในวันนี้นั้นเราจะมาพูดเกี่ยวกับทฤษฎีหนึ่งที่มีชื่อว่า ทฤษฎีแพนเปอร์เมีย  ซึ่งทฤษฎีที่ว่านี้มันเป็นทฤษฎีที่ได้มีการกล่าวเอาไว้ว่า การกำเนิดชีวิตของเรานั้นมาจากต่างดาว  ทฤษฎีนี้ได้มีการถูกเสนอครั้งแรกโดยนักฟิสิกส์ชาวอังกฤษที่มีนามว่า Frad Hoyle ว่าสารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตนั้น มีอยู่ทั่วๆ ไปนอกโลกของเรา

ซึ่งมันได้แพร่กระจายไปในห้วงของอวกาศ และอาจจะติดมากับเทหวัตถุที่ตกสู่โลกของเรา ซึ่งทฤษฎีที่ว่านั้มีหลังฐานสนับสนุนค้อนข้าง  ที่จะมากพอสมควร ตัวอย่างเช่นในปี 1969 อุกาบาตเมอร์ชิสันนั้น ได้ตกลงไปสู่ประเทสออสเตเลีย อุกาบาตลูกดังกล่าวนี้มันมีอากอายุที่มากถึง 4.5 พันล้านปี และมีกรด  แอมิโนกว่า 70 ชนิด กระจายอยู่ทั่วไปหมดซึ่งในจำนวนของกรดแอมิโนดังกล่าวที่ว่านี้ 8ชนิด                     

ที่มีความสัมพันธ์กับโปรตีน  ที่สามารถพบได้บนโลกของเรา ซึ่งในปลายปี 2001 คณะนักวิทยาศาตร์ยังได้   มีการตรวจพบว่ามีน้ำตาล Polyol ในอุกาบาตเมอร์ชิสันอีกด้วย หลังจากนั้นได้มีการตรวจพบสารอินทรีย์จำนวนมากในอุกาบาตชิ้นเล็กชิ้นน้อย ที่กระจายไปทั่วดลกของเรา ซึ่งในแต่ละวันนั้นอุกาบาตและสเก็ตดาวจำนวนมากจะตกลงมาสู่โลกของเรา

และสิ่งที่จะติดมาด้วยกับพวกมันก็คือ (PAHs) ซึ่งจะมาในของอนุภาคฝุ่นอวกาศ โดยการตกสู่โลกนั้นมีปริมาณและน้ำหนักนับรวมกันได้หลาย 10 ตัน โดยมันจะตกกระจัดกระจายทั่วไป อย่างเช่นในมหาสมุทรป่าทึบ ทะเลทราย ขั่วโลก หรือแม้แต่ในตัวเมื่อ 

ที่มีผู้คนอาศัยอยู่กันเป็นจำนวนมาก อุกาบาตเหล่านนี้นั้นเป็นหลักฐานที่ช่วยยืนยันได้ว่า  จักรวารที่แสนจะกว้างใหญ่แห่งนี้นั้นอุดมไปด้วยสารอิทรีย์ สารอินทีย์จำนววนมากกระจัดกระจายไปทั่วทุกแห่งหน ซึ่งมันเป็นสาร                     

ที่นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อกันว่า  มันบังเกิดขึ้นแค่เฉพาะบนโลกของเราที่เป็นที่อยู่อาศัยเดียวของสิ่งมีชีวิตเท่านั้น นอกจากนียังได้มีการคาดการณ์ว่า   ดาวหางมีองค์ประกอบเป็นสารอินทรีย์จำนวนมากเช่นกัน และหากสารอินทรีย์เหล่านี้ตกสู่โลกในยุคแรกๆ ในปริมาณที่มากพอโลกก้จะมีสารประกอบพื้นฐานเพียงพอ   

ในการที่จะสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมา  นอกจากทฤษฎีที่เรานั้นได้กล่าไว้ต้นแล้ว ยังมีผู้เสนออีกว่าสิ่งที่มาจากอวกาศนั้นจะไม่ใช่แค่สารอินทรีย์พื้นฐานแต่เป็นโมเลกุลที่มีความซับซ้อนมากเช่นสารพันธุกรรม หรือ    กระทั้งโครงสร้างรูปแบบเซลล์ของสิ่งมีชีวิตซึ่งก็ไม่ใช่คำกล่าวอ้างอิงเลื่อนลอยเสียด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์

คาร์บอน คงจะเป็นสิ่งที่ใครหลายๆ คนรู้จักและคุ้นเคยกันดี เพราะมันเป็นธาตุตัวหนึ่งในตารางธาตุที่เรานั้นรู้จักกันดี คาร์บอนที่ว่านี้ยังเป็นพิษต่อระบบทางเดินหายใจของเราอีกด้วย ซึ่งคาร์บอนที่ว่านี้ยังเป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตอีกด้วย โลกของเรานี้นั้นกว้างใหญ่เอามากๆ

เพราะว่าโลกใบนี้มีสิ่งมีชีวิตต่างๆ อาศัยอยู่มากมาย และนั้นก็รวมถึงมนุษย์อย่างเราๆ อีกด้วย สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลกนี้ต้องอาศัยหลายปัจจัยในการดำรงชีวิตและถ้าหากว่าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปทุกชีวิตที่อาศัยอยู่ในนี้ก็คงจะไม่มีอยู่อีกต่อไป

ในส่วนของรูปแบบของสิ่งมีชีวิตที่ใช้คาร์บอนเป็นพื้นฐานนั้น มันเป็นสิ่งที่มนุษย์อย่างเราๆ นั้นรู้จักกันดี เพราะเซลล์สิ่งมีชีวิตที่อยู่บนโลกนั้น ล้วนแล้วแต่มีโครงสร้างหลักที่เป็นคาร์บอน และน้ำ ซึ่งเมื่อถ้าเราเปรียบเทียบและพิจารณากันแล้ว

องค์ประกอบทางเคมีบนเปลือกโลกของเรา เราจะเห้นได้ว่าร่างกายของมนุษย์นั้นจะมีองค์ประกอบทางเคมีคล้ายกับเปลือกโลก และนั้นก็หมายความ่าสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นบนโลกนั้นได้มีการนำเอาธาตุต่างๆ ที่มีอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่อยู่บนเปลือกโลก  มาสร้างเป็นร่างกายที่เรานั้นได้เห็นกันอย่างทุกวันนี้นั้นเอง

เรามีความมั้นใจว่าดาวเคราะห์  หลายร้อยดวงนอกโลก ที่อยู่ในเขตเอื้ออาศัยดาวฤกษ์ เฉกเช่นโลกของเราที่ได้อาศัยแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์เหล่านี้จะสามารถสร้างสิ่งมีชีวิตได้ด้วยองค์ประกอบ อย่างเช่น ออกซิเจน น้ำ ของเหลว และแม้แต่สารเคมี

ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่จำเป็นต่อการเริ่มต้นของชีวิต และนอกจากนี้สิ่งมีชีวิตพื้นฐานของคาร์บอนนั้น   เป็นสิ่งเดียวที่เรามีความมั่นใจว่ามีอยู่จริงดังที่ได้เห็นจากดาวเคราะห์ของเรา แต่นี้ไม่ได้หมายความว่า  สิ่งมีชีวิตที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ ที่มีอยู่บน    

ดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ นั้นจะเหมือนกับที่มีอยู่บนโลกของเรา  จากการวิวัฒนาการมีความเป็นไปได้สำหรับสิ่งมีชีวิตที่ได้อาศัยคาร์บอนจากนอกโลกที่จะมีรูปแบบที่แตกต่างกันเป็นอย่างมากกับสิ่งมีชีวิตบนโลกของเรา เนื่องจากเป็นการปรับเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและสภาพบรรยายกาศบนดาวเคราะห์ดวงนั้นๆ นั้นเอง

แต่สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตามสิ่งมีชีวิตทุกชนิดนั้น  ไม่ว่าจะมีพื้นฐานมาจากอะไร แต่สิ่งที่สิ่งมีชีวิตที่ได้อาศัยอยู่บนดาวโลกของเรานี้ จะขาดไม่ได้เลยก็คือ น้ำ อาหาร และก็อากาศ หรือก็คือออกซิเจนนั้นเอง สิ่งเหล่านี้จำเป็นอย่างมาก 

เพราะถ้าหากว่าร่างกายไม่ได้รับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแน่นอนว่า  สิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่อยู่บนโลกนี้จะไม่มีชีวิตรอดอย่างแน่นอน น้ำจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอันดับแรก ของสรรพสิง่ในโลก ไม่เพียงมนุษย์ แต่รวมทุกสิ่งที่มีชีวิตต้องพึ่งพาน้ำนั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์

คำว่าความน่าสนใจนั้น เราไม่สามารถบอกได้หรอกว่ามันน่าสนใจยังไง รู้แต่ว่ามันน่าใจจนเมื่อ      บางทีที่มีคนถามว่าทำไมถึงเลือกที่จะทำเรื่องนี้มันยากนะ จะทำได้หรือ และแน่นอนว่าเราที่จะไม่สามารถที่จะตอบคำถามของเขาเหล่านั้นได้  หรอกว่าทำไมถึงเลือกทำเรื่องนี้ทั้งๆ

ที่ก็ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับมันเลยด้วยซ้ำ แต่มันก็มีคำตอบที่อยู่ในใจอยู่หนึ่งคำตอบว่า เพราะมันเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และเราเองก็สนใจที่จะทำเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีความรู้เลยก็ตาม แต่ก็ยากที่จะลองว่ามันจะเป็นยังไง

เรื่องของจักรวารนั้นถ้าหากไปถามนักดาราศาสตร์ว่าทำไม ถึงเลือกที่จะทำงานเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ พวกเขาเหล่านั้นก็คงจะตอบว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสนใจอะไรทำนองนี้ พวกเขาเองก็คงจะตอบไม่ได้ว่าทำไมถึงสนใจ หรืออาจจะเป็นเพราะว่า มันน่าตื่นเต้นดีเกี่ยวกับเรื่องที่จะมีการค้นพบต่อไป แต่กว่าจะมีการค้นพบแต่ละอย่างในจักรวารนั้นก็ใช้เวลาไม่น้อยเลยทีเดียว แต่เรื่องที่น่าสนใจและได้มีการค้นพบแล้วนั้นก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับดวงจันทร์บริวาร ดวงจันทร์บริวารที่คอยโคจรรอบๆ

ดาวเคราะห์ดวงต่างๆ ในระบบสุริยะของเรา คัลลิสโต เป็นอีกหนึ่งในดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสบดี มันมีขนาดที่ใหญ่เกือบเท่าๆ กับดาวพุธที่เป็นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะเช่นเดียวกับดาวพฤหัสบดี  มันมีวงโคจรห่างจากดาวแม่ของมันมากที่สุดเป็นดวงจันทร์ที่มีหลุมอุกาบาตรมากมาย    จนนับไม่ท้วนมากที่สุดในระบบสุริยะอีกด้วย แต่ก็น่าแปลกที่มัน

ไม่มีความเคลื่อนไหวทางธรณีวิทยา   ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวของมันเลยเป็นเวลานานถึง 4,000 ล้านปีแล้ว หลุมอุกาบาตรบนดวงจันทร์คัลลิสโตหนาแน่นมากเต็มทุกพื้นที่ คาดว่าถ้าจะมีรอยใหญ่เกิดขึ้นก็ต้องทับรอยเก่าที่เกิดขึ้นก่อน บางทีหลุมอุกาบาตรซ้อนกันในหลุมอุกาบาตรอีกที และสิ่งที่เราได้กล่าวไปข้างต้นนั้นคงจะเป็นลักษณะที่พิเศษ

  ที่เมื่อเจอลักษณะแบบนี้ก็จะสามารถรับรู้ได้เลยว่าเป็นดวงจันทร์บริวารดวงนี้ เป็นดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสบดี ที่มีชื่อว่าคัลลิสโต 

แต่สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตามสิ่งต่างๆ ที่เราๆ ได้กล่าวไปนั้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเลยที่เดียว ดาวพฤหับดีเองก็เหมือนกับดาวเสาร์ที่มีดวงจันทรืบริวารต่างๆ มากมาย ไม่ได้มีเพียงดวงเดียวเหมือนกับโลกของเรา แต่อย่างไรก็ยังมตามนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของดวงจันทร์บริวารเท่านั้นยังไม่ใช่ทั้งหมดของดวงจันทร์บริวารที่มีอยู่ในระบบสุริยะ


ขอขอบคุณ  gclub ทดลองเล่น

ในขณะที่ความสนใจของการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของไวรัส covid-19 นั้นเกี่ยวกับปัญหาระบบทางเดินหายใจและการช่วยหายใจที่เพียงพอ แต่แพทย์ที่อยู่ในแนวหน้าต้องแก้ปัญหาเกี่ยวกับการแพทย์สมัยใหม่ให้ได้ 

นอกเหนือจากความเสียหายของปอดผู้ป่วย covid-19 จำนวนมากกำลังพัฒนาปัญหาหัวใจและกำลังจะตายด้วยภาวะหัวใจหยุดเต้น

ข้อมูลที่ได้จากจีน, อิตาลี, รัฐวอชิงตันและนิวยอร์ก ผู้เชี่ยวชาญด้านการเต้นของหัวใจจำนวนมากเชื่อว่าไวรัส covid-19 สามารถติดเชื้อกล้ามเนื้อหัวใจ การศึกษาเบื้องต้นพบว่าผู้ป่วยโรคหัวใจจะมีโอกาสเป็นมากกว่า 1 ใน 5 ของผู้ป่วย นำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตแม้ในกลุ่มที่ไม่แสดงอาการของโรคระบบทางเดินหายใจ

นั่นอาจเปลี่ยนวิธีที่แพทย์และโรงพยาบาลต้องคิดเกี่ยวกับผู้ป่วยโดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นของการเจ็บป่วย นอกจากนี้ยังสามารถเปิดหน้าสองในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของ covid-19 ด้วยความจำเป็นในการระมัดระวังใหม่สำหรับผู้ที่มีปัญหาหัวใจที่มีอยู่ก่อนกำหนดความต้องการใหม่สำหรับอุปกรณ์และในที่สุดแผนการรักษาใหม่สำหรับหัวใจที่เสียหายในหมู่ผู้รอดชีวิต

คำถามที่ว่าปัญหาหัวใจที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นเกิดจากเชื้อไวรัสเองหรือเป็นผลพลอยได้จากปฏิกิริยาของร่างกายต่อมันได้กลายเป็นหนึ่งในสิ่งแปลกปลอมที่สำคัญที่ต้องเผชิญกับแพทย์ในขณะที่พวกเขาแข่งกันเพื่อทำความเข้าใจกับความเจ็บป่วยใหม่ การตัดสินว่าไวรัสมีผลต่อหัวใจอย่างไรส่วนหนึ่งเป็นเพราะความเจ็บป่วยที่รุนแรงเพียงอย่างเดียวสามารถส่งผลต่อสุขภาพของหัวใจ

ดร. โรเบิร์ต โบโนว์ศาสตราจารย์วิชาโรคหัวใจของโรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยนอร์ธ เวสเทิร์น ไฟน์เบิร์กและบรรณาธิการวารสารทางการแพทย์ JAMA กล่าวว่า คนที่มีปัญหาโรคปอดบวมจะตายในที่สุดเพราะหัวใจหยุดเต้น คุณไม่สามารถรับออกซิเจนได้เพียงพอในระบบของคุณและทำให้ระบบรวนไปหมด

แต่โบโนว์และผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจอื่น ๆ เชื่อว่าการติดเชื้อ covid-19 อาจนำไปสู่ความเสียหายต่อหัวใจได้สี่หรือห้าวิธี พวกเขากล่าวว่าผู้ป่วยบางรายอาจได้รับผลกระทบจากทางเดินเหล่านั้นมากกว่าหนึ่งครั้ง

แพทย์รู้มานานแล้วว่ามีเหตุการณ์ทางการแพทย์ที่ร้ายแรงแม้แต่การผ่าตัดสะโพกก็สามารถสร้างความเครียดได้มากพอๆ กับกโรคหัวใจ ยิ่งกว่านั้นสภาพเช่นปอดอักเสบอาจทำให้เกิดการอักเสบในร่างกายอย่างกว้างขวาง ซึ่งในที่สุดก็สามารถนำไปสู่คราบจุลินทรีย์ในหลอดเลือดแดงไม่มั่นคงทำให้เกิดอาการหัวใจวาย การอักเสบยังสามารถทำให้เกิดเงื่อนไขที่เรียกว่า myocarditis ซึ่งสามารถนำไปสู่การลดลงของกล้ามเนื้อหัวใจและในที่สุดหัวใจล้มเหลว

โบโนว์กล่าวว่าความเสียหายที่พบในผู้ป่วย covid-19 นั้นอาจมาจากไวรัสที่ติดเชื้อโดยตรงที่กล้ามเนื้อหัวใจ งานวิจัยเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า coronavirus ยึดติดกับตัวรับบางตัวในปอดและตัวรับแบบเดียวกันนั้นพบได้ในกล้ามเนื้อหัวใจเช่นกัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

ในแง่ของผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและประสบการณ์ของประเทศอื่น ๆ ประเทศกำลังทำการตัดสินใจที่สำคัญมากในวันนี้นายกรัฐมนตรี นเรนธรา โมดี้ ประกาศทางโทรทัศน์ไปยังประเทศอินเดียเมื่อวันที่ 24 มีนาคมตั้งแต่เที่ยงคืนเป็นต้นไปทั้งประเทศ 

 

ตลอดสามสัปดาห์ที่ผ่านมาจะไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้านของเขาหรือเธอซึ่งเป็นการกักขังและกักกันผู้คนกว่า 1.3 พันล้านคนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในการประมูลเพื่อให้มีการแพร่กระจายของ covid-19

เจ้าหน้าที่ได้ปลดเคอร์ฟิวบ้างเพื่ออนุญาตให้คนซื้ออาหารและสิ่งจำเป็นอื่น ๆ ประสบการณ์หลายสิบปีของผมในฐานะนักวิทยาศาสตร์สาธารณสุขที่อาศัยและทำงานในกัลกัตตาเมืองที่มีความหนาแน่นของประชากร 63,000 ต่อตารางไมล์แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ขนาดเดียวเหมาะกับทุกคนซึ่งรวมตัวกันเป็นชุมชนที่มีอาชีพหลากหลายและสภาพความเป็นอยู่ มีแนวโน้มที่จะล้มเหลว

เมื่อวานนี้ฉันเดินผ่านตลาดสดที่คนในชุมชนแออัดซึ่งอาจจะมีคนหลายพันคนซื้อและขายผักในพื้นที่น้อยกว่า 600 ตารางฟุต ประชากรมากกว่าร้อยละ 40 อาศัยอยู่ในชุมชนแออัดที่ซึ่งบุคคลสามหรือสี่คนแบ่งปันห้องเดี่ยวที่มีพื้นที่เฉลี่ยเจ็ดตารางฟุต สำหรับพวกเขาการสังสรรค์ทางสังคมหรือการกักกันที่บ้านจะรู้สึกเหมือนเป็นเรื่องเลวร้ายมาก

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาบุคคลในสลัมสามแห่งในมุมไบซึ่งสภาพความเป็นอยู่คับแคบ ได้ทดสอบแล้วพบว่าเลือดเป็นบวก ติดไวรัส covid-19 สามารถแพร่กระจายอย่างไม่สามารถควบคุมได้ในสลัมเหล่านี้ในช่วงที่มีการล็อคดาวน์

เมืองอินเดียหลายแห่งมีย่านแสงสีแดงมากมาย ตัวอย่างเช่นมีผู้ให้บริการทางเพศมากกว่า 5,000 คนซึ่งวิชาชีพเพิ่มความเสี่ยงในการทำสัญญาและส่งสัญญาณ covid-19 อาศัยอยู่ในเขตโซนะงะชิทางตอนเหนือของกัลกัตตา ผ้าม่านแบ่งห้องเดี่ยวที่พวกเขาและครอบครัวใช้เป็นส่วนต่าง ๆ ใช้สำหรับทำงานนอนทำอาหารและทำกิจกรรมอื่น ๆ 

ในปัจจุบันผู้ให้บริการทางเพศส่วนใหญ่ใน โซนากาชิ ไม่ได้ให้บริการทางเพศแก่ลูกค้าเพราะกลัวว่าจะติดโรค 

แต่เมื่อพวกเขาทำเช่นนั้นลูก ๆ ของพวกเขาเล่นบนถนนหรือได้รับการดูแลจากผู้ให้บริการทางเพศที่เกษียณอายุ) พวกเขาสามารถแยกตัวเองเพื่อปกป้องสมาชิกในครอบครัวและคนอื่น ๆ

นอกจากนี้ระหว่างร้อยละ 15 ถึง 20 ของประชากรในมุมไบและกัลกัตตารวมถึงเด็กอาศัยอยู่บนถนนและใช้ห้องน้ำสาธารณะที่มีการกักตัว, การเข้าถึงสบู่และน้ำ พวกเขาจะล้างมือบ่อย ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อได้อย่างไร

อินเดียมีผู้ติดเชื้อ 4,789 ราย แต่หายแล้ว 353 มีผู้เสียชีวิต 124 ราย เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรแล้วติดเชื้อไวรัสสายพันธ์ใหม่น้อยมาก

 

ได้รับการสนับสนุนเรื่องราวโดย   ufabet

เรื่องของเทคโนโลยีบนโลกเรานั้นถือว่าก้าวหน้าและพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเลยก็ว่าได้ เพราะความต้องของมนุษย์นั้นมีความสิ้นสุด มนุษย์สมัยใหม่นั้นชอบอะไรที่มันให้ความสะดวกสบาย รวดเร็วทันใจ บวกกับปัจจัยสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันแล้วมันก็ต้องเป็นอย่างนั้น

เพราะมนุษย์ใช้ชีวิตอยู่ในความเร่งรีบไปเสียหมด จึงทำให้เกิดการแข่งขันกันมากขึ้นซึ่งตัวแปรเป็นเวลาในการควบคุมสิ่งต่างๆ พูดถึงมนุษย์แล้วในหลายๆ ปีที่ผ่านมานั้นนักวิจัยได้มีการสังเกตถึงพฤติกรรมของมนุษย์อย่างจริงจัง และพบว่ามนุษย์รักความสบายมากขึ้นกว่าเดิม

ถ้าหากเปรียบเทียบกับมนุษย์ยุคก่อนๆ นั้นอาจจะเป็นเพราะเทคโนโลยีด้วยที่ได้เข้ามาอิทธิพลต่อมนุษย์เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้มีผู้นำจุดเด่นตรงนี้มาหาผลประโยชน์โดยการสร้างปัญญาประดิษฐ์อย่าง หุ่นยนต์ ขึ้นมา ปัญญาประดิษฐ์ หรือ ระบบปฏิบัติการแบบ Ai ที่เป็นเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอย่างคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน

ก็ถือว่าเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่ตอบสนองกับความต้องการของมนุษย์ แต่เรากำลังจะพูดถึงในบทความนี้คือปัญญาประดิษฐ์หุ่นยนต์กัน  ในปัจจุบันนั้นปัญญาประดิษฐ์ถือได้ว่ามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์ และขับเคลื่อนสังคมเป็นอย่างมาก

ลองคิดกันดูสิว่าถ้าพวกหุ่นยนต์เกิดมีความคิดมาเป็นใหญ่ในสังคมแทนมนุษย์จะเป็นอย่างไร แม้แต่บุคคลสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องกับ Ai อย่าง สตีฟฮอกกิ้ง ก็ยังได้ออกมากล่าวผ่านสื่อเลยว่า นี่จะเป็นภัยคุกคามครั้งใหญ่ของมนุษยชาติ หรือแม้แต่ อิลอนมาร์ค ที่เป็นทั้งนักธุรกิจและนักพัฒนาเทคโนโลยี ก็ได้ยอมลงทุนเงิน 30,000 ล้านบาท

เพื่อทำการวิจัยที่จะสร้างวิธีรับมือกับ Ai ในอนาคต โดยปกติแล้ว Ai จะสามารถพัฒนาขีดความรู้ของตัวเองได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด จนบางทีที่พวกมันนั้นอาจจะมีความฉลาดมากกว่ามนุษย์ด้วยซ้ำ และถ้าหากว่าหุ่นยนต์ หรือ Ai นี้เล็งเห็นว่ามนุษย์นั้นมีภัยต่อโลก หรือมีภัยต่อตัวของพวกมันเอง มันก็อาจจะสามารถพัฒนาหาวิธีการมาทำลายล้างมนุษยชาติให้สูญพันธุ์ไปในอนาคต

เพราะการตัดสินใจของ Ai ได้มาจากสถิติ ที่ได้มาจากองค์ความรู้ต่างๆ ที่ไม่ใช่ความรู้ที่จะสามารถพบในมนุษย์ได้ หลายคนจึงมีความสงสัยว่าแล้วทำไมถึงไม่หยุดการพัฒนาของ Ai นั้นเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ เพราะยังมีหลากหลายสายงานที่ต้องการ Ai อย่างเช่นโรงงานผลิตสินค้า

ที่เดิมทีอาจจะใช้แรงงานจามนุษย์ แต่มนุษย์นั้นมีความเหนื่อยได้ พูดได้ และอย่างที่ทราบกันดีว่ามนุษย์มีความเกียจคร้าน จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ Ai ต้องพัฒนาเพื่อให้ทำงานได้เทียบเท่ากับมนุษย์นั้นเอง และถ้าหากเป็นเช่นนี้ต่อไปก็มีความเป็นไปได้อย่างแน่นอนที่หุ่นยนต์จะสามารถเก่งเหนือมนุษย์จนโลกไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีมนุษย์อีกต่อไป

 

ขอขอบคุณ  gclub  ที่ให้การสนับสนุน

การทำนาย คือการคาดคะเนสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น หรือเรื่องราวในอนาคต ตามหลักของทางวิทยาศาสตร์แล้วการทำนายเป็นเพียงแค่การตั้งสมมติฐานเท่านั้น ซึ่งจะต้องใช้วิจารณญาณในวิเคราะห์ และไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน และไม่ควรนำมาเป็นความเชื่อทั้งหมด

เพราะมันสามารถหาสิ่งมาขัดแย้งได้อยู่เสมอ เชื่อว่าการทำนายก็ไม่ได้แตกต่างไปจากทฤษฎีเสียเท่าไหร่ นั้นเป็นเพราะว่าทฤษฎีเองก็เป็นเพียงแนวความคิดที่มีความเป็นไปได้มากกว่า แต่ก็ยังหาข้อพิสูจน์ไม่ได้ทั้งหมดก็เท่านั้น ถ้าอยากจะเปลี่ยนทฤษฎีให้เป็นเรื่องจริงนั้น

ก็จะต้องทำการสืบค้นและทดลองจนเกิดผลพิสูจน์ที่สามารถสรุปผลได้อย่างแน่ชัด เช่นเดียวกันกับเรื่องที่จะมาอธิบายในบทความนี้เรื่องของ แผ่นดินไหว เหตุการณ์แผ่นดินไหวถือว่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ไม่อาจฝ่าฝืนได้ หากโลกปัจจุบันไม่มีสิ่งมีชีวิตเหตุการณ์ก็คงไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมาก แต่ไม่ใช่เพราะปัจจุบันมีสิ่งมีชีวิตอย่างมนุษย์และสัตว์อาศัยอยู่

การเกิดแผ่นดินไหวจึงก่อให้เกิดความเสียของทรัพย์สินและถึงชีวิตของสิ่งมีชีวิตได้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เมื่อในยุคแรกเริ่มที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาขึ้น จึงได้มีการสร้างเทคโนโลยีที่จะช่วยในการทำนายความน่าจะเป็นของการเกิดแผ่นดินไหว

ซึ่งมันเป็นเพียงแค่การคะเนการเกิดขึ้นเท่านั้น ไม่สามารถที่จะบอกได้อย่างชัดเจนว่าจะเกิดช่วงไหน เวลาไหน มีความรุนแรง และอันตรายมากแค่ไหน มีความคล้ายกับการพยากรณ์ที่ไม่ถูกต้องเสมอไป และได้ทำการทดลองทำนายการเกิดแผ่นดินไหวจากนักธรณีวิทยาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญหลายคนมาทำการทำนายการเกิดแผ่นดินไหว

ได้ผลสรุปออกมาว่าจะเกิดแผ่นดินไหวในปีค.ศ.1994 ที่แคลิฟอร์เนีย แต่เมื่อถึงปีที่นักธรณีได้ทำนายเอาไว้นั้นดันไม่เกิดขึ้น แต่กลับไปเกิดขึ้นในปีค.ศ.2004 แทน จึงทำให้ไม่สามารถควบคุมและรับมือได้อย่างทันทีจนเกิดความเสียเป็นอย่างมาก สถานที่ที่มักจะเกิดแผ่นดินไหวบนโลกเรานั้นได้แก่ ญี่ปุ่น จีน สหรัฐอเมริกา ซึ่งกลุ่มประเทศที่มักจะเกิดแผ่นดินไหวบ่อยนั้น

ก็ได้พยายามที่พัฒนาสิ่งที่มาทำนายและคาดการณ์เกิดแผ่นดินให้ได้อย่างแม่นยำมากที่สุด เพราะอย่างนั้นแล้วมนุษย์เราและสิ่งมีชีวิตอื่นๆอาจจะได้รับความเดือดร้อนถึงขั้นเสียชีวิต และเหตุการณ์ทางทำธรรมชาติเช่นนี้จัดอยู่ในเหตุการณ์ที่อาจจะทำให้มนุษย์ชาตินั้นสูญพันธุ์ได้ ปัจจุบันเองนั้นไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถบอกความแม่นยำของการเกิดแผ่นดินไหวได้

มากที่สุดคือการบอกความใกล้เท่านั้น ซึ่งถือได้ว่าในวงการวิทยาศาสตร์เองก็ไม่สามารถหาคำตอบของการเกิดแผ่นดินที่จะเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน ว่ามันมีอะไรที่ทำให้เกิดขึ้นในระยะไหนบ้าง และจะเริ่มและหยุดมันอย่างไร หรือไม่สามารถทำได้เลย ทั้งนี้เราอาจจะต้องรอให้เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ก้าวหน้ามากกว่านี้ ถึงจะสามารถคาดการณ์การเกิดภัยธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหวนี้ได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   ดูบอล

มนุษย์คนแรกของโลกคือใคร? มนุษย์เกิดจากอะไร? มนุษย์มาจากไหน? และคำถามอีกมากมายสำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับมนุษย์โลก เชื่อเลยว่าหลายคนคนคงจะมีความสงสัยเหมือนกันใช่ไหมว่า มนุษย์เกิดขึ้นได้อย่างไร? ถ้าหากให้พูดตามหลักของทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์แล้วนั้น

ซึ่งถือว่าแนวความคิดนี้ได้รับการยอมรับเป็นอย่างมากมาเป็นเวลานาน ก็คือ มนุษย์เกิดมาจากลิง เป็นลิงซิมแปนซีที่ได้วิวัฒนาการกลายมาเป็นมนุษย์ ที่เป็นแช่นนั้นเพราะว่าได้มีการขุดเจอฟอสซิลที่ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นลิงซิมแปนซีที่มีโครงกระดูกทุกอย่างคล้ายกับมนุษย์

และจากการสังเกตแล้วพบว่าลิงซิมแปนซีในปัจจุบันนั้นก็มีความคล้ายคลึงกับมนุษย์หลายๆอย่าง มีรูปร่างลักษณะที่เหมือนกัน และยังสามารถเดินด้วยขาสองข้างได้อีกเช่นเดียวกัน รวมไปถึงโครงกระดูกส่วนต่างๆ ทั้งหมด จึงทำให้ทฤษฎีถูกเผยแพร่กันมากขึ้นและเมื่อเปรียบเทียบอย่างนั้นแล้ว

หลายคนจึงมีความเชื่อเช่นเดียวกัน แต่วิทยาศาสตร์นั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าหากเรานั้นไม่สังเกตหรือสงสัย ไม่ใช่แค่นักวิทยาศาสตร์หรอก คนทั่วไปก็สงสัยได้ กับเรื่องของต้นกำเนิดของมนุษย์ ถ้าหากว่ามนุษย์มีวิวัฒนาการมาจากลิงจริงๆ แล้วลิงเกิดมาจากอะไร

แน่นอนว่าเรามักจะมีความที่ว่า สิ่งใดๆที่เกิดขึ้นมันจะเกิดจากความไม่มีไม่ได้ นั้นจึงเป็นที่มาของคำถามเหล่านี้ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เองก็ยังไม่สามารถหาคำตอบของคำถามนี้ได้ว่าต้นกำเนิดแรกเริ่มของมนุษย์นั้นเกิดมาจากสิ่งใดกันแน่

ในเวลาต่อมานั้นก็ได้มีทฤษฎีต่างๆที่เกี่ยวข้องว่าจะเป็นต้นกำเนิดการเกิดมนุษย์ อย่างเช่น ทฤษฎีมนุษย์เกิดมาจากปลา เพราะตอนมนุษย์อยู่ในครรภ์จะมีลักษณะเหมือนปลา ตาสองข้างอยู่คนละฝั่งเหมือนกับปลา จนคอยๆเลื่อนมาอยู่ด้านหน้า นิ้วมือยังไม่มีการแยกออกจากกัน โดยมีเนื้อเยื่อบางเชื่อมกันเอาเหมือนคีบปลา ขาสองข้างที่เปรียบเสมือนหางของปลา

เราจะเห็นได้ว่าปลานั้นมีหลากหลายสายพันธุ์ ที่มีหางแบบกลีบเดียว และแยกออกเป็นสองกลีบ ซึ่งได้สันนิฐานว่ามนุษย์น่าจะมีวิวัฒนาการมาจากปลาสายพันธุ์ที่มีสองกลีบ ถึงอย่างนั้นก็จะมีคำถามย้อนกลับไปอีกว่าปลานั้นเกิดมาจากอะไร ทฤษฎีต่อจากนั้นก็คือ เซลล์ ที่ได้เจอกับน้ำ แสงแดด

และปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม ทำให้เซลล์เจริญเติบโตกลายเป็นปลา ในเวลาต่อมาจึงเริ่มมีวิวัฒนาการเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน จนกลายเป็นสัตว์บนบกอย่างสมบูรณ์ และมีการวิวัฒนาการมาอย่างเรื่อยๆ

ในความเป็นจริงทฤษฎีการเกิดของมนุษย์บนโลกนี้มีหลากหลายทฤษฎี หลากหลายความเชื่อก็ว่าได้ เพราะก็ยังถือว่าเป็นเรื่องที่ยังไม่สามารถพิสูจน์และให้คำตอบได้อย่างแน่ชัด แต่ถึงอย่างนั้นนักวิทยาศาสตร์เองก็ยังคงทำการศึกษาเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา และเป็นไปได้ว่าในอนาคตเราอาจจะทราบความจริงที่ว่า บรรพบุรุษของเรานั้นเป็นใครกันแน่ก็ได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   สล็อต ยิงปลา ฝากขั้น ต่ํา 100

มนุษย์คนแรกของโลกเกิดมาจากอะไร? คุณทราบหรือไม่? เชื่อเถอะว่าจะมีคนที่ให้ตอบหลากหลายแบบมาก ซึ่งคงจะหนีไม่พ้นเรื่องที่ว่ามนุษย์คนแรกคือ มนุษย์ที่มีวิวัฒนาการมาจากลิง เพราะเหตุใดเล่าทำไมถึงคิดว่าเป็นเช่นนั้น

นั้นเป็นเพราะว่าลิงเป็นสัตว์ที่มีอวัยวะเหมือนกับมนุษย์นั้นเอง แล้วถ้าเป็นอย่างสัตว์บางชนิดเองก็มีอวัยวะที่มีเหมือนกับที่มนุษย์มีนะอย่างเช่น ตา หู จมูก ปาก สัตว์ 4 เท้า ก็เปรียบเทียบกับมนุษย์ได้ที่เท้า 2 ข้าง แขน 2 ข้าง ถ้ามองในแง่ก็คงสงสัยเช่นเดียวกัน

แต่เพราะสัญชาตญาณของมนุษย์กับลิงนั้นคล้ายกัน และลิงเองก็สามารถเดินด้วยขา 2 ข้างได้อย่างมนุษย์อีกด้วย และในส่วนของโครงสร้างอย่างหัวกะโหลก กระดูกนั้นก็มีโครงสร้างที่คล้ายๆกัน จึงมีความเชื่อที่ว่ามนุษย์มีวิวัฒนาการมาจากลิงนั้นเอง

แต่แล้วก็เกิดข้อถกเถียงกันในกลุ่มคนทั่วไปเองที่ศึกษาเรื่องชีวประวัติ และมีความสนใจในเรื่องวิทยาศาสตร์ด้านพันธุศาสตร์นี้ ซึ่งหลายคนเองได้ออกมาบอกว่า แท้จริงแล้วนั้นโลกเราไม่ได้มีมนุษย์คนแรก เพราะมนุษย์เราเกิดขึ้นจากการวิวัฒนาการ

และสิ่งตั้งต้นก็คือ เซลล์ ที่เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเหมือนเจอกับน้ำ แสงแดด และทรัพยากรทางธรรมชาติ จนเซลล์ในวิวัฒนาการกลายมาเป็นปลา ในเวลาต่อมาก็ได้มีวิวัฒนาการมาเป็นสัตว์เลื้อยคลาน เป็นสัตว์ครึ่งบนครึ่งน้ำ

จนในที่สุดก็กลายมาเป็นลิงสายพันธุ์ที่ไม่หาง หากจะบอกว่าลิงทำการสืบพันธุ์กับสัตว์สายพันธุ์อื่นจนกลายเป็นมนุษย์นั้นไม่สามารถเป็นไปได้ ตามหลักการทดลองแล้วสัตว์ไม่สามารถสืบพันธุ์กับสัตว์ชนิดอื่นได้ถ้าไม่ใช่สายพันธุ์มันเอง ซึ่งในเวลาต่อมานั้นเองเราได้มีการวิวัฒนาการมาจากลิงพวกนั้นอีกโดยอาศัยปัจจัยต่างๆที่นำมาวิเคราะห์อย่างเช่น อาหาร สิ่งแวดล้อม

จึงเป็นสิ่งที่ใครหลายคนบอกว่า ไม่มีมนุษย์คนแรกของโลก เพราะมนุษย์ก็เกิดมาจากการวิวัฒนาการ ที่ในความเป็นจริงแล้วนั้นเราแถบไม่สามารถค้นหาความจริงได้เลยว่า มนุษย์เกิดมาจากอะไร เกิดมาจากเซลล์จริงๆหรือไม่ ซึ่งได้มีคำถามย้อนกลับมาว่า แล้วทำไมลิงในปัจจุบันถึงไม่วิวัฒนาการต่อให้เป็นมนุษย์ล่ะ

ซึ่งจากคำถามนี้จึงมีคนอธิบายว่า มนุษย์และลิงนั้นมีบรรพบุรุษคือสิ่งเดียวกันก็จริง แต่อาจจะเป็นไปได้ว่าระบบการทำงานของสมองนั้นมีความแตกต่างกัน ในกลุ่มของลิงที่ได้มีพัฒนาการทางสมองจะใช้ชีวิตแบบสัตว์ แต่ในอีกกลุ่มคือพวกที่มีพัฒนาการทางสมอง สามารถมีความคิด คิดค้น ค้นหา สร้างขึ้น ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้มีความต้องการในแบบเดียวกัน

และสืบพันธุ์กันเพื่อให้มีลูกหลานสืบไป แต่ถึงอย่างไรนั้นเรื่องนี้ก็เป็นได้เพียงแนวคิดเท่านั้น สุดท้ายแล้วก็ยังไม่มีอะไรข้อเท็จจริงใดๆมาหักล้าง แต่ในอนาคตที่เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ก้าวหน้ามากขึ้น เราอาจจะทราบกันก็ได้ว่า มนุษย์เรานั้นเกิดมาจากอะไรกันแน่

 

ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ