ในห้วงของจักรวารที่กว้างใหญ่นั้น มีดวงดาวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย จนในบางทีเราก็ไม่สามารถ      ที่จะค้นพบมันได้ แต่นักวิทยาศาสตร์ก็มีความพยายามในการที่จะพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ขึ้นมากมายเพื่อที่จะได้ง่ายต่อการค้นหาดวงดาวที่มันซ้อนตัว 

จากเราอยู่ ขนาดของดวงดาวแต่ละดวงนั้นมีความเล็กใหญ่ที่แตกต่างกัน บางดวงนั้นใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ของเราหลายเท่าเลยที่เดียว แต่บางดวงก็เป้นวงที่เล็กเอาากๆ จนเราไม่อาจจะคิดว่ามีดาวดวงนี้อยู่จริงๆ 

สำหรับในวันนี้เรานั้นจะมาพูดเกี่ยวกับดวงดาวที่มีอยู่ในจักรวารที่กว้างใหญ่แห่งนี้ แต่เราจะไม่ได็พูดถึงดาวเคราะห์หรือว่าดาวฤกษ์ที่มีอยู่  ในระบบสุริยะของเราหรอกนะ เพราะถ้าจะพูดเรื่องนี้หลายๆ คน   คงจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว  VY Canis Majoris มันเป็นดาวฤกษ์ที่จัดให้อยู่ในประเภท Red Hypergiant

  ตั้งอยู่ในกลุ่มดาวหมาใหญ่ มันอยู่ห่างจากโลกของเราออกไปประมาณ 3,900 ปีแสง ในส่วนของขนาดของมันนั้น     มีรัศมีที่ใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ของเราถึง 1,420 เท่ากันเลยทีเดียว  ถือว่าเป็นดาวที่ใหญ่เอามากๆ และความสว่างของมันยังมีความสว่างกว่าดวงอาทิตย์ถึง 450,000 เท่า ดาวดวงนี้นั้นเป็นดาวฤกษ์เดี่ยว ซึ่งมันมีความแตกต่างจากกลุ่มของมันมาก

เพราะดาวฤฏษ์ในกลุ่มนี้มักจะเป็นดาวฤกษ์ที่มีคู่กันเป็นส่วนใหญ่ และยังมีการคาดการณ์อีกว่าดาวฤกษ์ดวงนี้จะหมดอายุขัยของมันในอีก 100,000  ปีข้างหน้า และจะเกิดการระเบิดขึ้นจนกลายเป็นไฮเปอร์โนวา  อย่างที่เรารู้กันดีว่ากระระเบิดตัวเอง

ของดาวฤกษ์นั้นเป็นเรื่องที่ปกติเอามากๆ เพราะมันมีอายุขัยของมันที่ธรรมชาติได้กำหนดเอาไว้ว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้ และดวงอาทิตย์ของเราก็เป็นหนึ่งในดาวฤกษ์ที่วันหนึ่งมันจะหมดอายุขัยและทำการระเบิดตัวมันเอง

แน่นอนว่าถ้าหากวันนั้นมาถึงโลกของเราและดาวเคาะห์ดวงอื่นๆ ที่อยู่ในระบบสุริยะแห่งนี้  คงจะเป็นวันสุดท้ายที่มีชีวิตอยู่ อย่างที่เราได้พูดไปข้างต้นว่ามันคือธรรมชาติเราไม่สามารถเปลี่ยนความเป็นจริงได้ แต่คุรไม่ต้องกลัวไปเพราะมันไม่ได้เกิดขึ้นในยุคนี้อย่างแน่นอน เพราะกว่าที่วันนั้นจะมาถึงเราคงจะตายแล้วเกิดใหญ่อีกหลายรอบเลยละ      

อย่างที่ว่าคาวมจริงก็คือความจริงเราไม่สามารถเปลี่ยนความจริง  เพื่อที่จะมาหลอกตัวเองได้หรอกนะ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือทำใจยอมรับมันให้ได้ ธรรมชาติเป็นผู้สร้าง   และก็เป็นผู้ทำลายเช่นเดียวกัน ดวงดาวที่มีขนาดใหญ่ยังมีอยู่อีกหลายดวงเพื่อรอใครสักคนเปิดใจ  ที่จะลองศึกษาเกี่ยวกับมันอยู่ ดาวที่เรายกไปนั้นไม่ได้เป็นดาวดวงเดียวที่ถูกค้นพบและมีความแตกต่างจากพวกของมัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   gclub

เรื่องของเทคโนโลยีบนโลกเรานั้นถือว่าก้าวหน้าและพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเลยก็ว่าได้ เพราะความต้องของมนุษย์นั้นมีความสิ้นสุด มนุษย์สมัยใหม่นั้นชอบอะไรที่มันให้ความสะดวกสบาย รวดเร็วทันใจ บวกกับปัจจัยสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันแล้วมันก็ต้องเป็นอย่างนั้น

เพราะมนุษย์ใช้ชีวิตอยู่ในความเร่งรีบไปเสียหมด จึงทำให้เกิดการแข่งขันกันมากขึ้นซึ่งตัวแปรเป็นเวลาในการควบคุมสิ่งต่างๆ พูดถึงมนุษย์แล้วในหลายๆ ปีที่ผ่านมานั้นนักวิจัยได้มีการสังเกตถึงพฤติกรรมของมนุษย์อย่างจริงจัง และพบว่ามนุษย์รักความสบายมากขึ้นกว่าเดิม

ถ้าหากเปรียบเทียบกับมนุษย์ยุคก่อนๆ นั้นอาจจะเป็นเพราะเทคโนโลยีด้วยที่ได้เข้ามาอิทธิพลต่อมนุษย์เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้มีผู้นำจุดเด่นตรงนี้มาหาผลประโยชน์โดยการสร้างปัญญาประดิษฐ์อย่าง หุ่นยนต์ ขึ้นมา ปัญญาประดิษฐ์ หรือ ระบบปฏิบัติการแบบ Ai ที่เป็นเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอย่างคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน

ก็ถือว่าเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่ตอบสนองกับความต้องการของมนุษย์ แต่เรากำลังจะพูดถึงในบทความนี้คือปัญญาประดิษฐ์หุ่นยนต์กัน  ในปัจจุบันนั้นปัญญาประดิษฐ์ถือได้ว่ามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์ และขับเคลื่อนสังคมเป็นอย่างมาก

ลองคิดกันดูสิว่าถ้าพวกหุ่นยนต์เกิดมีความคิดมาเป็นใหญ่ในสังคมแทนมนุษย์จะเป็นอย่างไร แม้แต่บุคคลสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องกับ Ai อย่าง สตีฟฮอกกิ้ง ก็ยังได้ออกมากล่าวผ่านสื่อเลยว่า นี่จะเป็นภัยคุกคามครั้งใหญ่ของมนุษยชาติ หรือแม้แต่ อิลอนมาร์ค ที่เป็นทั้งนักธุรกิจและนักพัฒนาเทคโนโลยี ก็ได้ยอมลงทุนเงิน 30,000 ล้านบาท

เพื่อทำการวิจัยที่จะสร้างวิธีรับมือกับ Ai ในอนาคต โดยปกติแล้ว Ai จะสามารถพัฒนาขีดความรู้ของตัวเองได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด จนบางทีที่พวกมันนั้นอาจจะมีความฉลาดมากกว่ามนุษย์ด้วยซ้ำ และถ้าหากว่าหุ่นยนต์ หรือ Ai นี้เล็งเห็นว่ามนุษย์นั้นมีภัยต่อโลก หรือมีภัยต่อตัวของพวกมันเอง มันก็อาจจะสามารถพัฒนาหาวิธีการมาทำลายล้างมนุษยชาติให้สูญพันธุ์ไปในอนาคต

เพราะการตัดสินใจของ Ai ได้มาจากสถิติ ที่ได้มาจากองค์ความรู้ต่างๆ ที่ไม่ใช่ความรู้ที่จะสามารถพบในมนุษย์ได้ หลายคนจึงมีความสงสัยว่าแล้วทำไมถึงไม่หยุดการพัฒนาของ Ai นั้นเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ เพราะยังมีหลากหลายสายงานที่ต้องการ Ai อย่างเช่นโรงงานผลิตสินค้า

ที่เดิมทีอาจจะใช้แรงงานจามนุษย์ แต่มนุษย์นั้นมีความเหนื่อยได้ พูดได้ และอย่างที่ทราบกันดีว่ามนุษย์มีความเกียจคร้าน จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ Ai ต้องพัฒนาเพื่อให้ทำงานได้เทียบเท่ากับมนุษย์นั้นเอง และถ้าหากเป็นเช่นนี้ต่อไปก็มีความเป็นไปได้อย่างแน่นอนที่หุ่นยนต์จะสามารถเก่งเหนือมนุษย์จนโลกไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีมนุษย์อีกต่อไป

 

ขอขอบคุณ  gclub  ที่ให้การสนับสนุน